ในฮะดิษมีรายงานที่บ่งบอกถึงความเป็นเอกะของพระองค์อยู่มากมาย โดยในฮะดิษบ่งชี้ว่าคุณลักษณะของพระองค์ที่สามารถแสดงถึงตัวตนของพระองค์ได้สมบูรณ์และงดงามที่สุดคือ คุณลักษณะที่แสดงถึงความเป็นเอกะของพระองค์นั่นเอง ซึ่งเราจะขอยกตัวอย่างฮะดิษมาเพียงบางส่วนดังต่อไปนี้
รายงานจากท่านอิมามซอดิก(อ.) ว่า: มีชาวยิวกลุ่มหนึ่งมาหาท่านศาสดา(ศ็อลฯ) และกล่าวถามท่านศาสดา(ศ็อลฯ) ว่า : “ขอให้ท่านอธิบายคุณลักษณะพระเจ้าของท่านให้พวกเราได้รับรู้ ท่านศาสดา(ศ็อลฯ) ไม่ได้ตอบคำถามดังกล่าวกับชาวยิวทันที โดยท่านเว้นระยะเวลาถึง 3 วัน จนกระทั่งซูเราะฮ์ อัลอะฮัด ถูกประทานลงมา” (อัลมีซาน เล่ม 20 หน้า 546) ฮะดิษนี้บงชี้ให้เห็นว่าคุณลักษณะที่สำคัญที่สุดของอัลลอฮ์คือคุณลักษณะที่แสดงถึงความเป็นเอกะของพระองค์
อีกรายงานหนึ่งจากท่านอิมามอาลี(อ.) กล่าวว่า สิ่งที่จะสามารถสาธยายคุณสมบัติของอัลลอฮ์ได้อย่างสมบูรณ์ที่สุดคือ โองการ ที่กล่าวว่า “จงกล่าวเถิดมุฮัมมัด อัลลอฮ์คือผู้ทรงเอกะ” (อัลมีซาน เล่ม 20 หน้า 546)
ท่านผู้อ่านที่รักทั้งหลาย หากใครก็ตาม ที่เปิดใจและมองสรรพสิ่งทั้งหลายรอบๆ ตัวจะเห็นถึงระบบระเบียบที่เกิดขึ้นอย่างชัดเจน แน่นอนผู้ควบคุมระบบระเบียบเหล่านี้จะต้องมีเพียงผู้เดียวเท่านั้น มีโองการกุรอานกล่าวถึงเรื่องนี้ไว้ใน ซูเราะฮ์ อัมบิยาอ์ โองการที่ 22 ว่า “หากชั้นฟ้าและผืนแผ่นดินนี้มีพระเจ้าอื่นนอกเหนือจากอัลลอฮ์ แน่นอนโลกนี้จะต้องสิ้นสลายอย่างแน่นอน
มีรายงานจากท่านอิมามอาลี(อ.) ที่กล่าวเกี่ยวกับเรื่องนี้ว่า “ถ้าหากโลกนี้มีพระเจ้ามากกว่าหนึ่งองค์ พระเจ้าอีกองค์ก็คงต้องส่งคัมภีร์และศาสดาที่เป็นตัวแทนของตนเองลงมา แต่ในขณะที่เราจะเห็นว่าศาสดา124000 ท่านที่ถูกส่งลงมา ทั้งหมดต่างเรียกร้องให้กราบไหว้อัลลอฮ์เพียงองค์เดียวเท่านั้น ไม่มีศาสดาท่านใดเรียกร้องให้กราบไว้พระเจ้าอื่นเลย”
มุลลา ซอดรอ นักปรัชญาผู้มีชื่อเสียงของอิสลามได้กล่าวไว้ว่า “หลักฐานที่บ่งบอกถึงความเป็นเอกะของพระเจ้าก็คือระบบระเบียบที่เราเห็นได้จากสรรพสิ่งทั้งหลายในโลกนี้นั่นเองซึ่งแน่นอนจะต้องมีผู้ควบคุมระบบเพียงผู้เดียว ความเชื่อเช่นนี้ได้เคยถูกนำเสนอมาแล้วโดยอริสโตเติลนักปรัชญาผู้ยิ่งใหญ่ของยุโรป”
มุลลา ซอดรอ ยังกล่าวอีกว่า “ถึงแม้ว่าสรรพสิ่งที่เราเห็นรอบๆ ตัวเราจะมีความหลากหลายแต่สรรพสิ่งเหล่านั้นมีความสัมพันธ์กันอย่างเป็นระบบ และมีระเบียบในทุกส่วน ดังนั้นในความหลากหลายดังกล่าวมีระบบระเบียบอย่างเห็นได้ชัดและระบบระเบียบที่เกิดขึ้นจากความหลากหลายนี้เองบ่งชี้ให้เห็นว่ามีผู้ควบคุมระบบเพียงผู้เดียว” (อัซฟาร เล่ม 6 หน้า 94)
ท่านทั้งหลายคงเคยได้ยินคำว่า “ลาอิลาฮาอิลลัลลอฮ์” ซึ่งเป็นคำที่บรรดามุสลิมทั้งหลายจะต้องปฏิญานตนว่า “ไม่มีพระเจ้าอื่นใดนอกจากอัลลอฮ์” ซึ่งในโองการกุรอาน มีคำกล่าวมากมายที่มีความหมายเดียวกับคำ ๆ นี้แต่จะมีรูปประโยคที่แตกต่างกันออกไปเช่น
- لا اله الا هوไม่มีพระเจ้าอื่นใดนอกจากพระองค์
- لا اله الا انتไม่มีพระเจ้าอื่นได้นอกจากพระองค์
- لا اله الا انا ไม่มีพระเจ้าอื่นใดนอกจากฉัน
ما من اله الا اله واحد ไม่มีพระเจ้าอื่นใดนอกจากพระผู้เป็นเจ้าผู้ทรงเอกะ
- انما الهکم اله واحدแท้จริงพระเจ้าของท่านคือพระเจ้าผู้ทรงเอกะ
ท่านศาสดา (ศ็อลฯ) กล่าวว่า “คำกล่าวที่ประเสริฐที่สุดคือคำว่า لا اله الا الله“ไม่มีพระเจ้าอื่นใดนอกจากอัลลฮ์” และคำขอพรที่ดีที่สุดคือคำว่า الحمد لله “มวลการสรรเสริญเป็นสิทธิของพระองค์”
นักวิชาการบางท่านเชื่อ ในโองการที่ 10 ของซูเราะฮ์ ฟาฏิร ที่กล่าวว่า “คำกล่าวที่ดีจะขึ้นไปสู่พระองค์” คำกล่าวดังกล่าวนั้นคือคำว่า لا اله الا الله นั่นเอง”
ท่านผู้อ่านทีรักทั้งหลายหากใครก็ตามทำความเข้าใจอย่างลึกซึ้งในความหมายของคำว่า لا اله الا الله พร้อมทั้งมีความต้องการที่จะทำให้คำดังกล่าวซาบซึมเข้าไปในหัวใจ รู้ไว้เถิดว่าคำดังกล่าวนี้จะนำพาหัวใจของเขาไปสู่ความรักที่แท้จริงนั่นก็คือความต่อพระผู้เป็นเจ้าผู้ทรงเอกะและพระผู้อภิบาลแห่งสากลโลก
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น