วรากร ประดับญาติ
เว็บบล็อกรวบรวมงานเขียนและงานแปล By Warakorn Pradabyat
นะฮ์ญุลบะลาเฆาะฮ์ คุฏบะฮ์ ที่ 178 : ตอบคำถาม ซิอ์บะฮ์ ยะมานีย์
ซิอ์บะฮ ยะมานีย์ ได้ถามอิมามว่า : โอ้ท่านผู้นำแห่งปวงผู้ศรัทธา ท่านเคยเห็นพระผู้เป็นเจ้าหรือไม่ ท่านอิมามกล่าวตอบว่า : จะให้ฉันเคารพภักดีต่อพระผู้เป็นเจ้าที่ฉันมองไม่เห็นกระนั้นหรือ ? เขาถามต่ออีกว่า : ท่านเห็นพระเจ้าอย่างไร ? (ท่านอิมามตอบว่า) ไม่มีดวงตาใดได้มองเห็นพระองค์ แต่ด้วยแรงแห่งความศรัทธาหัวใจทั้งหลายจะมองเห็นพระองค์ พระองค์อยู่ใกล้กับทุกสิ่งแต่ไม่ใช่ใกล้จนติดกัน อยู่ห่างกับทุกสิ่งแต่ไม่ใช่ห่างไกลจนแปลกแยก พระองค์ทรงพูดแต่ไม่ต้องใช้การคิดใคร่ครวญมาก่อน ทรงประสงค์ (ที่จะให้เกิดขึ้น) แต่ไม่ต้องใช้การคิดและการตัดสินใจมาก่อน พระองค์ทรงสร้างแต่ไม่ต้องใช้ส่วนประกอบ (ในการสร้าง) พระองค์ทรงแผ่วเบาแต่มิได้หลบซ่อน พระองค์ทรงยิ่งใหญ่ แต่ไม่ได้เป็นผู้กดขี่ พระองค์ทรงเห็นแต่ไม่ได้เห็นด้วยการใช้สัมผัสทางสายตา พระองค์ทรงเมตตาแต่ไม่ได้หมายความว่าจะใจอ่อน ใบหน้าทั้งหลายต้องยอมสยบต่อความยิ่งใหญ่ของพระองค์ อีกทั้งหัวใจทั้งหลายจะต้องหวันไหวกับพระบารมีของพระองค์
นะฮ์ญุลบะลาเฆาะฮ์ คุฏบะฮ์ ที่ 177 : คุณลักษณะของพระผู้เป็นเจ้า
เป็นคุฏบะฮ์ของอิมามที่พูดถึงการให้คำปฏิญานต่อเอกานุภาพของพระผู้เป็นเจ้าและเป็นคำปฏิญานต่อการทำหน้าที่ของท่านศาสดา (ศ็อล ฯ) รวมทั้งกล่าวถึงเรื่องการยำเกรง กล่าวกันว่าคุฏบะฮ์นี้ท่านอิมามได้กล่าวหลังการถูกสังหารของอุศมานและเป็นช่วงเริ่มต้นการรับตำแหน่งของท่าน
ไม่มีงานใดขัดขวางพระผู้เป็นเจ้าได้ การเปลี่ยนแปลงของเวลาไม่ทำให้พระองค์เปลี่ยนแปลงและไม่มีสถานที่ใดจำกัดพระองค์อีกทั้งไม่มีคำพูดใดสามารถสาธยายความคุณลักษณะที่ยิ่งใหญ่ของพระองค์ได้ ไม่ว่าจะเป็นจำนวนหยดน้ำอันมากมายมหาศาล ดวงดาวในท้องฟ้า ผงฝุ่นที่มาพร้อมกับพายุในอากาศ และไม่ว่าจะเป็น การเคลื่อนไหวของมดบนแผ่นหิน (สิ่งที่อยู่) ในรังมดยามค่ำคืน ไม่มีสิ่งใดเลยสามารถเล็ดรอดความรู้ของพระผู้เป็นเจ้าไปได้ พระองค์ทรงรู้ดีถึงสถานที่ที่ใบไม้ร่วงหลนลงจากต้นอีกทั้งรู้ความเคลื่อนไหวทุกอย่างที่สายตามองไม่เห็น ฉันขอปฏิญาณว่าไม่มีพระเจ้าอื่นใดนอกจากอัลลอฮ์ พระองค์ไร้ซึ่งภาคี ไร้ข้อสงสัย ฉันไม่เคยปฏิเสธศาสนาของพระองค์ ไม่เคยปฏิเสธการสร้างของพระองค์ เป็นการปฏิญาณของผู้ที่มีความตั้งใจอันบริสุทธิ์ มีจิตใจสะอาด ..... และตราชั่งแห่งความดีของเขาสมบูรณ์ ฉันขอปฏิญาณว่ามุฮัมมัดคือบ่าวและศาสนทูตที่ถูกเลือกมาจากมวลหมู่ผู้ถูกสร้างทั้งหลาย ถูกเลือกมาเพื่อสาธยายความจริงเกี่ยวกับคำสอนของพระเจ้า และถูกเลือกมาด้วยกับคุณสมบัติอันโดดเด่นทางด้านมารยาท เพื่อเผยแผ่สาส์นอันศักดิ์สิทธิ์ของพระองค์ และเป็นเช่นนี้เองที่ทางนำจากพระเจ้าจะกระจ่างชัดอีกทั้งความมืดมนของการหลงทางจะถูกทำให้สว่างและชัดเจนด้วยกับคำอธิบายของท่านศาสดา (ศ็อล ฯ)
โอ้ประชาชนทั้งหลาย โลกแห่งวัตถุนี้จะหลอกลวงผู้ที่ตั้งความหวังและผู้ที่ยึดติดอยู่กับมัน มันจะไม่หวงแหนที่จะให้คำมั่นสัญญาที่โกหกกับคนที่รักมัน มันจะพยายามเอาชนะคนที่เอาชนะมันได้ ขอสาบานต่อพระผู้เป็นเจ้า ไม่มีประชาชาติใดที่อยู่ในอ้อมกอดอันอบอุ่นของความโปรดปรานของพระเจ้าจะถูกยึดเอาความโปรดปรานไปทั้งหมด นอกเสียจากว่าจะเกิดจากการทำบาป เพราะพระผู้เป็นเจ้าไม่เคยกดขี่ผู้ใด ถ้าหากประชาชาติใดที่ถูกลงโทษ และพระองค์ยึดเอาความโปรดปรานของพระองค์คืนกลับไป ได้ขออุทธรณ์ต่อพระองค์และร้องขอด้วยใจที่มีความรักต่อพระองค์ แน่นอนพวกเขาจะได้สิ่งที่สูญเสียไปกลับคืนมาและพระองค์จะทรงชดเชยความเสียหายที่เกิดขึ้น ถึงแม้ในเหตุการณ์ที่ผ่านมาพวกท่านจะเอนเอียงไปในทางที่ไม่ดี ซึ่งในทัศนะของฉันเป็นเรื่องที่ไม่น่าชื่นชมเลย แต่ถ้าสภาพของพวกท่านเปลี่ยนแปลงไปอีกครั้ง (กลับไปเป็นเหมือนสมัยของการปกครองของท่านศาสดา (ศ็อล ฯ) เป็นมุสลิมผู้มีใจบริสุทธิ์) พวกท่านก็จะได้รับความผาสุก หน้าที่ของฉันไม่ใช่สิ่งใดเลยนอกจากความพยายาม(ที่จะให้กลับไปเป็นเหมือนในสมัยท่านศาสดา (ศ็อล ฯ) อีกครั้ง) ถ้าฉันต้องการที่จะกล่าวถึงความล้มเหลวของพวกท่านเกี่ยวกับตัวของพวกท่านเอง ฉันคงกล่าวไปแล้ว แต่ก็ได้แต่เพียงหวังว่า พระผู้เป็นเจ้าจะทรงให้อภัยกับเรื่องราวที่ผ่านมา
ไม่มีงานใดขัดขวางพระผู้เป็นเจ้าได้ การเปลี่ยนแปลงของเวลาไม่ทำให้พระองค์เปลี่ยนแปลงและไม่มีสถานที่ใดจำกัดพระองค์อีกทั้งไม่มีคำพูดใดสามารถสาธยายความคุณลักษณะที่ยิ่งใหญ่ของพระองค์ได้ ไม่ว่าจะเป็นจำนวนหยดน้ำอันมากมายมหาศาล ดวงดาวในท้องฟ้า ผงฝุ่นที่มาพร้อมกับพายุในอากาศ และไม่ว่าจะเป็น การเคลื่อนไหวของมดบนแผ่นหิน (สิ่งที่อยู่) ในรังมดยามค่ำคืน ไม่มีสิ่งใดเลยสามารถเล็ดรอดความรู้ของพระผู้เป็นเจ้าไปได้ พระองค์ทรงรู้ดีถึงสถานที่ที่ใบไม้ร่วงหลนลงจากต้นอีกทั้งรู้ความเคลื่อนไหวทุกอย่างที่สายตามองไม่เห็น ฉันขอปฏิญาณว่าไม่มีพระเจ้าอื่นใดนอกจากอัลลอฮ์ พระองค์ไร้ซึ่งภาคี ไร้ข้อสงสัย ฉันไม่เคยปฏิเสธศาสนาของพระองค์ ไม่เคยปฏิเสธการสร้างของพระองค์ เป็นการปฏิญาณของผู้ที่มีความตั้งใจอันบริสุทธิ์ มีจิตใจสะอาด ..... และตราชั่งแห่งความดีของเขาสมบูรณ์ ฉันขอปฏิญาณว่ามุฮัมมัดคือบ่าวและศาสนทูตที่ถูกเลือกมาจากมวลหมู่ผู้ถูกสร้างทั้งหลาย ถูกเลือกมาเพื่อสาธยายความจริงเกี่ยวกับคำสอนของพระเจ้า และถูกเลือกมาด้วยกับคุณสมบัติอันโดดเด่นทางด้านมารยาท เพื่อเผยแผ่สาส์นอันศักดิ์สิทธิ์ของพระองค์ และเป็นเช่นนี้เองที่ทางนำจากพระเจ้าจะกระจ่างชัดอีกทั้งความมืดมนของการหลงทางจะถูกทำให้สว่างและชัดเจนด้วยกับคำอธิบายของท่านศาสดา (ศ็อล ฯ)
โอ้ประชาชนทั้งหลาย โลกแห่งวัตถุนี้จะหลอกลวงผู้ที่ตั้งความหวังและผู้ที่ยึดติดอยู่กับมัน มันจะไม่หวงแหนที่จะให้คำมั่นสัญญาที่โกหกกับคนที่รักมัน มันจะพยายามเอาชนะคนที่เอาชนะมันได้ ขอสาบานต่อพระผู้เป็นเจ้า ไม่มีประชาชาติใดที่อยู่ในอ้อมกอดอันอบอุ่นของความโปรดปรานของพระเจ้าจะถูกยึดเอาความโปรดปรานไปทั้งหมด นอกเสียจากว่าจะเกิดจากการทำบาป เพราะพระผู้เป็นเจ้าไม่เคยกดขี่ผู้ใด ถ้าหากประชาชาติใดที่ถูกลงโทษ และพระองค์ยึดเอาความโปรดปรานของพระองค์คืนกลับไป ได้ขออุทธรณ์ต่อพระองค์และร้องขอด้วยใจที่มีความรักต่อพระองค์ แน่นอนพวกเขาจะได้สิ่งที่สูญเสียไปกลับคืนมาและพระองค์จะทรงชดเชยความเสียหายที่เกิดขึ้น ถึงแม้ในเหตุการณ์ที่ผ่านมาพวกท่านจะเอนเอียงไปในทางที่ไม่ดี ซึ่งในทัศนะของฉันเป็นเรื่องที่ไม่น่าชื่นชมเลย แต่ถ้าสภาพของพวกท่านเปลี่ยนแปลงไปอีกครั้ง (กลับไปเป็นเหมือนสมัยของการปกครองของท่านศาสดา (ศ็อล ฯ) เป็นมุสลิมผู้มีใจบริสุทธิ์) พวกท่านก็จะได้รับความผาสุก หน้าที่ของฉันไม่ใช่สิ่งใดเลยนอกจากความพยายาม(ที่จะให้กลับไปเป็นเหมือนในสมัยท่านศาสดา (ศ็อล ฯ) อีกครั้ง) ถ้าฉันต้องการที่จะกล่าวถึงความล้มเหลวของพวกท่านเกี่ยวกับตัวของพวกท่านเอง ฉันคงกล่าวไปแล้ว แต่ก็ได้แต่เพียงหวังว่า พระผู้เป็นเจ้าจะทรงให้อภัยกับเรื่องราวที่ผ่านมา
นะฮ์ญูลบะลาเฆาะฮ์ คุฏบะฮ์ ที่ 175 : อุทาหรณ์ที่ได้รับจากวจนะของพระผู้เป็นเจ้า
เป็นคุฏบะฮ์ของอิมามที่ให้คำตักเตือนกับประชาชน และกล่าวถึงความประเสริฐของกุรอาน พร้อมทั้งห้ามไม่ให้มีการทำอุตริกรรมใด ๆ ในศาสนา รวมทั้งสอนผู้คนเกี่ยวกับสิ่งที่พระผู้เป็นเจ้าได้สั่งสอนไว้
จงใช้ประโยชน์จากคำสอนของพระผู้เป็นเจ้าที่ได้ทรงสั่งสอนผู้คนทั้งหลายเอาไว้เถิด จงตอบรับข้อตักเตือนและคำแนะนำต่าง ๆ ของพระผู้เป็นเจ้า พร้อมทั้งน้อมรับข้อชี้แนะของพระองค์เถิด เพราะพระองค์ทรงใช้เหตุผลอันชัดแจ้งปิดประตูของการแก้ตัว (ที่ไร้เหตุผล) ของพวกท่านอีกทั้งได้แสดงหลักฐานไว้ให้กับพวกท่านอย่างสมบูรณ์แล้ว พระองค์ได้ทรงสาธยายการกระทำที่พระองค์ทรงรักและสิ่งที่พระองค์ทรงรังเกียจไว้ให้กับพวกท่าน เพื่อให้พวกท่านทั้งหลายปฏิบัติตามในสิ่งที่พระองค์ทรงรักและออกห่างจากสิ่งที่พระองค์ทรงรังเกียจ อีกทั้งจงฟังสิ่งที่ท่านศาสดา (ศ็อล ฯ) ได้กล่าวไว้เสมอว่า : สวรรค์จะซ่อนตัวอยู่ท่ามกลางความเจ็บปวดและนรกจะซ่อนตัวอยู่ท่ามกลางการปฏิบัติตามอารมณ์ใฝ่ต่ำของตัวเอง พึงรู้เถิดว่า ไม่มีการภักดีใดที่ถูกใช้ให้ปฏิบัตินอกเสียจากว่าธรรมชาติของมนุษย์จะไม่พอใจที่จะปฏิบัติมันและไม่มีบาปใดนอกเสียจากว่าความบาปนั้นจะสอดคล้องกับอารมณ์ใฝ่ต่ำของมนุษย์
ด้วยเหตุนี้เองความเมตตาของพระผู้เป็นเจ้าจะอยู่กับผู้ที่หักห้ามอารมณ์ใฝ่ต่ำของตัวเองพร้อมทั้งขจัดความปรารถณาอันต่ำช้าของตัวเองให้หมดสิ้นไปเพราะงานที่ยากที่สุดคือการหักห้ามจิตใจที่พยศของตัวเองที่พร้อมจะมุ่งสู่การกระทำบาปอยู่เสมอ
โอ้ปวงบ่าวของอัลลอฮ์ ให้รู้ไว้เถิดว่า ผู้ศรัทธาจะไม่ยอมไว้ใจตัวเองตลอดเวลาทั้งเช้าและค่ำ จะหาข้อบกพร่องของตัวเองอีกทั้งยังค้นหาความสมบูรณ์แบบและเพิ่มพูนความดีงามของตนอยู่ตลอดเวลา
ดังนั้นจงเป็นดั่งเช่นบรรพบุรุษที่เคยใช้ชีวิตก่อนหน้าพวกท่านเถิด ที่พวกเขาเป็นเหมือนนักเดินทางที่แบกเสาเพิงพักแห่งชีวิตของพวกเขาขึ้นบ่าและพร้อมที่จะเดินทางอยู่ตลอดเวลา พวกเขาเตรียมพร้อมเดินทางเคียงคู่ไปกับการประกอบคุณงามความดีและปลดปล่อยตัวเองให้พ้นจากการยึดติดอยู่กับความสวยงามของโลกแห่งวัตถุ
พึงรับรู้ถึงความประเสริฐของอัลกุรอานเถิด กุรอานคือผู้ชี้แนะที่ไม่เคยหลอกลวง คือผู้ชี้นำที่ไม่เคยทำให้ใครหลงทาง เป็นผู้พูดที่ไม่เคยโกหก ใครที่ผูกพันธ์อยู่กับอัลกุรอานเขาจะยืนเคียงคู่กับการเพิ่มขึ้นและลดลงเสมอ คือได้รับข้อชี้แนะเพิ่มขึ้น ส่วนความโง่และหัวใจอันมืดบอดจะลดน้อยลง
พึงรู้ไว้เถิดว่า ไม่มีผู้ใดจะยากจนและหมดหนทางเมื่อเขามีกุรอานอยู่เคียงข้าง และไม่มีผู้ใดจะร่ำรวยก่อนที่จะเขายอมรับกุรอาน ดังนั้นจงร้องขอจากกุรอานเพื่อให้รักษาโรคร้ายของพวกท่านเถิด และจงร้องขอจากกุรอานเพื่อให้พวกท่านได้มีชัยเหนือปัญหาและความยากลำบากทั้งหลาย เพราะในกุรอานมียารักษาโรคที่ร้ายแรงที่สุด นั่นก็คือโรคแห่งการปฏิเสธศรัทธา โรคแห่งการกลับกลอก และโรคแห่งการหลงทาง และจงร้องขอสิ่งที่พวกท่านต้องการจากอัลลอฮ์โดยผ่านกุรอานเถิด จงมุ่งสู่อัลลอฮ์ไปพร้อมกับความรักที่มีต่อกุรอานและ จงอย่าได้ใช้กุรอานเป็นสื่อเพื่อร้องขอสิ่งใดจากผู้อื่นเลย (อีกทั้งอย่าได้นำกุรอานมาเป็นเครื่องมือเพื่อไปสู่ความฝันทางโลกเลย) เพราะไม่มีสิ่งใดที่บ่าวใช้เป็นสะพานไปสู่พระผู้เป็นเจ้าที่มีเกียรติมากกว่ากุรอานอีกแล้ว
พึงรู้เถิด กุรอานคือผู้ให้การอนุเคราะห์ที่ถูกรับประกัน เป็นผู้พูดที่คำพูดได้รับการเชื่อถือเสมอ ผู้ใดก็ตามที่กุรอานให้การอนุเคราะห์เขาในวันกิยามะฮ์ก็จะได้รับความปลอดภัย ส่วนใครก็ตามที่กุรอานได้ฟ้องร้องเขาคำพูดของพยานที่ให้ร้ายเขาจะถูกตอบรับ
ในวันกิยามะฮ์จะมีเสียงประกาศก้องว่า พึงรู้เถิด วันนี้ทุกคนจะต้องได้รับการทรมานจากเมล็ดพันธ์ (แห่งความชั่ว) ที่ตัวเองปลูกเอาไว้อีกทั้งจะได้รับผลของสิ่งที่ได้กระทำไว้ ยกเว้นคนที่ปลูกเมล็ดพันธ์แห่งอัลกุรอาน ดังนั้นจงเป็นผู้หว่านเมล็ดพันธ์แห่งกุรอานและเป็นผู้ปฏิบัติตามกุรอานเถิด จงใช้กุรอานไปสู่การรู้จักพระเจ้าและให้กุรอานเป็นอุทาหรณ์ให้กับตัวเองเถิด ทุกครั้งที่ทัศนะของท่าน (ขัดแย้งกับกุรอาน) จงตำหนิตัวเองเถิด และหากความต้องการของตัวท่านเองขัดแย้งกับกุรอานก็ให้ถือว่าเป็นความต้องการที่ไม่ถูกต้อง
เชิญชวนสู่การปฏิบัติ : จงปฏิบัติ ปฏิบัติ ปฏิบัติ หลังจากนั้นก็ให้มุ่งมั่นสู่จุดมุ่งหมาย จุดมุ่งหมาย จงยืนหยัด จงยืนหยัด ต่อจากนั้นให้อดทน อดทน จงเคร่งคัด เคร่งคัด (ในเรื่องศาสนา)
สำหรับพวกท่านมีความสำเร็จรออยู่แล้ว จงมุ่งไปสู่ความสำเร็จเถิด และสำหรับพวกท่านมีธงนำทางที่ถูกเตรียมไว้แล้วจงใช้ธงนั้นพาตัวเองไปสู่ทางนำเถิด สำหรับศาสนาอิสลามมีเป้าหมายและความสำเร็จที่ถูกเตรียมไว้แล้ว จงมุ่งไปสู่อิสลามเถิด และจงมุ่งสู่พระผู้เป็นเจ้าด้วยการปฏิบัติตามคำสั่งใช้และหน้าที่ที่ถูกมอบหมายเอาไว้ให้แก่พวกท่านเถิด ฉันจะเป็นพยานให้กับการกระทำของพวกท่าน ในวันกิยามะฮ์ฉันจะเป็นตัวแทนพวกท่านเพื่อแสดงหลักฐาน (เกี่ยวกับการกระทำของพวกท่าน) เอง
ข้อแนะนำสำหรับผู้คนทั้งหลาย : พีงรู้เถิดว่า สิ่งที่ถูกกำหนดไว้ก่อนหน้านั้นมันเกิดขึ้นแล้ว และความประสงค์ของพระผู้เป็นเจ้าตั้งแต่อดีตในที่สุดก็เกิดขึ้นแล้ว ฉันจะขอเป็นผู้พูดที่ยึดตามคำสัญญาและหลักฐานของพระองค์ ที่ตรัสว่า บรรดาพวกที่กล่าวว่า พระผู้อภิบาลของเราคืออัลลอฮ์ แล้วพวกเขาก็ตั้งมั่นและยืนหยัด (อยู่บนคำพูดนั้น) บรรดาทูตสวรรค์จะลงมาหาพวกเขา (และจะกล่าวว่า) อย่ากลัวและอย่าเสียใจไปเลย และจะแจ้งข่าวดีกับพวกเขาถึงสวรรค์ที่พระองค์ได้ทรงสัญญาไว้ เมื่อพวกท่านกล่าวว่า พระผู้อภิบาลของเราคืออัลลอฮ์ ดังนั้นก็จงยืนหยัดอยู่บนการปฏิบัติตามคำสั่งใช้ที่มีอยู่ในคัมภีร์ของพระองค์ และให้ยืดมั่นอยู่ในหนทางที่พระองค์ทรงสั่งและหนทางแห่งการทำดีซึ่งนั่นก็คือการเคารพภักดีต่อพระองค์นั่นเอง พวกท่านอย่าทำตัวออกห่างจากคำสอนอีกทั้งอย่าได้ทำอุตริกรรมใด ๆ ในคำสอนและอย่าได้หันเหออกจากหนทางของพระองค์เลย เพราะคนที่ออกห่างจากคำสอนของพระองค์ในวันกิยามะฮ์จะถูกตัดขาดจากความเมตตาของพระองค์ และจงระวัง อย่าได้ทำลายมารยาทอันงดงามและอย่าได้แปรเปลี่ยนมารยาทอันงดงามให้กลายเป็นความเคยชินที่เลวร้าย
จงยืนหยัดบนคำพูดที่สัจจริงเถิด บุรุษต้องระวังลิ้นของตัวเอง เพราะลิ้นที่พยศจะทำให้เจ้าของได้รับอันตรายได้ ขอสาบานต่อพระผู้เป็นเจ้า ฉันไม่อยากเชื่อเลยว่า บ่าวคนหนึ่งที่ไม่ระวังคำพูดของตัวเองจะมีความยำเกรงที่ให้ประโยชน์
ลิ้นของผู้ศรัทธาจะอยู่เบื้องหลังหัวใจ ส่วนหัวใจและสติของคนหน้าไหว้หลังหลอกจะอยู่หลังลิ้น หมายถึงทุกครั้งที่ผู้ศรัทธาต้องการจะพูดสิ่งใดจะคิดใคร่ครวญเสียก่อน ถ้าเป็นสิ่งดี ก็จะเปิดเผยคำพูดนั้นออกมา แต่ถ้ามันเป็นสิ่งไม่ดีและน่ารังเกียจจะปกปิดมันเอาไว้ ส่วนคนหน้าไหว้หลังหลอกคิดอะไรได้ก็จะพูดออกมา โดยที่ก่อนหน้านั้นไม่ได้คิดใคร่ครวญเลยว่าสิ่งใดมีประโยชน์หรือสิ่งใดให้โทษกับตัวเอง ท่านศาสนทูต (ศ็อล ฯ) กล่าวว่า : อีหม่านของบ่าวคนหนึ่งจะไม่สมบูรณ์และมั่นคงจนกว่าหัวใจของเขาจะมั่นคง และหัวใจของเขาจะไม่มั่นคงจนกว่าคำพูดของเขาจะมั่นคง
ใครก็ตามในหมู่พวกท่านที่มีความสามารถจะทำให้ตัวเองพบกับพระผู้เป็นเจ้าด้วยมืออันบริสุทธิ์ที่ไม่ได้ทำลายเลือดเนื้อและทรัพย์สินของมุสลิมอีกทั้งไม่ใช้ลิ้นทำลายเกียรติยศของผู้ใด ก็จงทำเถิด
ห้ามการทำอุตริกรรม : โอ้ปวงบ่าวของอัลลอฮ์ พึงรู้เถิดว่า ผู้ศรัทธาคือคนที่ยึดเอาสิ่งที่ท่านศาสดา (ศ็อล ฯ) เคยถือเป็นฮะลาลตั้งแต่แรก ให้เป็นที่อนุมัติสำหรับเขาจนถึงปัจจุบันและยึดเอาสิ่งที่เป็นฮะรอมตั้งแต่เริ่มต้นเป็นสิ่งฮะรอมจนถึงปัจจุบัน ส่วนสิ่งที่ประชาชนทำอุตริขึ้นนั้นเป็นฮะรอมสำหรับท่าน จะไม่มีวันเป็นสิ่งฮะลาลได้แม้เพียงเศษเสี้ยวหนึ่งก็ตาม ส่วนฮะลาลก็คือ สิ่งที่พระผู้เป็นเจ้าอนุญาติให้กระทำได้ และฮะรอมก็คือ สิ่งที่พระผู้เป็นเจ้าได้ห้ามไว้ ในกิจการและเหตุการณ์ต่าง ๆ ท่านได้รับการถ่ายทอดประสบการณ์มาแล้ว และท่านได้รับบทเรียนและอุทาหรณ์สอนใจจากสภาพการณ์ต่าง ๆ ของชนรุ่นก่อนแล้ว พวกเขาได้แสดงตัวอย่างให้ท่านเห็นและพวกท่านถูกเรียกร้องไปสู่สิ่งที่เป็นเรื่องที่ชัดเจนที่สุด ดังนั้นสิ่งที่เสียงของมันดังก้องกังวาลไปทั่วนอกจากคนหูหนวกเท่านั้นที่จะไม่ได้ยินเสียง และเป็นเรื่องชัดเจนและชัดแจ้งที่นอกจากคนที่ตาบอดเท่านั้นที่จะมองไม่เห็น ผู้ที่บททดสอบและประสบการณ์ต่าง ๆ ที่อัลลอฮ์มอบให้ไม่เป็นประโยชน์สำหรับเขา ก็จะไม่ได้รับประโยชน์จากคำสอนต่าง ๆ เลย เขาจะเป็นผู้ไม่มีวิสัยทัศน์และผู้ไร้ความคิด จนทำให้เห็นร้ายเป็นดี และเห็นดีเป็นร้าย ประชาชนมีอยู่สองกลุ่มเท่านั้น กลุ่มหนึ่งเป็นผู้ปฏิบัติตามหลักคำสอนและหลักการศาสนา อีกกลุ่มเป็นผู้สร้างอุตริกรรมที่ไม่มีหลักฐานใดจากอัลลอฮ์และแบบฉบับใดของท่านศาสดา (ศ็อล ฯ) อีกทั้งเหตุผลใด ๆ มายืนยันเลย กุรอาน คัมภีร์แห่งอัลลอฮ์ อัลลอฮ์ไม่ได้สั่งสอนผู้ใดนอกเหนือจากสิ่งที่ถูกกล่าวไว้ในกุรอานเลย เพราะกุรอานคือสายเชือกของพระเจ้า เป็นสิ่งที่จะสร้างความปลอดภัย ในกุรอานมีสิ่งที่จะสร้างความชุ่มชื่นให้กับหัวใจ มีสายน้ำแห่งวิทยาการ ไม่มีสิ่งใดจะสร้างแสงสว่างให้กับหัวใจยกเว้นกุรอาน โดยเฉพาะในสังคมที่ผู้ที่มีหัวใจตื่นทั้งหลายและเหลือแต่ผู้ที่หลงลืมและคนแกล้งลืม ที่ไหนมีการทำดีก็จงช่วยเหลือเถิด และที่ใดที่ท่านเห็นความเลวร้ายก็จงออกห่างเถิด เพราะท่านศาสดา (ศ็อล ฯ) ได้กล่าวไว้ว่า :โอ้มนุษย์ทั้งหลาย จงทำความดีและหลีกเลี่ยงการทำชั่ว ถ้าพวกท่านได้เช่นนี้ท่านก็จะอยู่ในสายทางแห่งความเที่ยงตรง (หนทางแห่งการได้เข้าใกล้ชิดพระผู้เป็นเจ้า)
พึงรับรู้ถึงความอธรรมเถิด ความอธรรมมีสามแบบ ความอธรรมที่ไม่มีวันได้รับการอภัยโทษเป็นอันขาด ความอธรรมที่มีบทลงโทษแน่นอนและความอธรรมที่ถูกยกเว้นและไม่ถูกสอบสวน ส่วนอธรรมที่ไม่มีวันได้รับการอภัยโทษคือการตั้งภาคีต่อพระผู้เป็นเจ้า อัลลอฮ์ทรงตรัสว่า อัลลอฮ์ไม่มีวันให้อภัยผู้ที่ตั้งภาคีเป็นอันขาด ส่วนความอธรรมที่ได้รับการยกเว้นคือความอธรรมที่เกิดจากการที่บ่าวคนหนึ่งทำบาปกับตัวเขาเอง ส่วนความอธรรมที่มีบทลงโทษแน่นอน คือการที่ผู้หนึ่งกดขี่ผู้อื่น บทลงโทษที่นั้นร้ายแรงมาก ไม่ใช่ (บทลงโทษ) ของการทำให้ผู้อื่นได้รับบาดแผลด้วยมีดหรือการตบหน้าธรรมดา แต่เป็นการลงโทษที่ทำให้สิ่งที่กล่าวมานี้ทั้งหมดดูเล็กน้อยไปเลย อย่าได้เป็นแปรเปลี่ยนในศาสนาของอัลลอฮ์ เพราะความสามัคคีและความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันในสิ่งที่เป็นสัจธรรมที่พวกท่านรังเกียจดีกว่าความแตกแยกในเรื่องที่เป็นโมฆะที่พวกท่านชื่นชอบ เพราะอัลลอฮ์ไม่เคยประทาน (โปรดปราน)ใดเพราะความแตกแยกให้กับผู้คนทั้งในอดีตและปัจจุบัน
ความจำเป็นในการเชื่อฟังพระเจ้า : โอ้ประชาชนทั้งหลาย ขอแสดงความยินดีกับคนที่คอยหาจุดบกพร่องของตัวเอง จนทำให้ไม่ได้ไปสนใจกับความบกพร่องของคนอื่น และขอแสดงความยินดีกับคนที่คอยดูแลครอบครัวตัวเอง ใช้สอยสิ่งที่ตัวเองหามาได้ ปฏิบัติตามคำสั่งของพระเจ้าตลอดเวลา ตำหนิการทำความผิดของตัวเอง สาละวนอยู่กับการฝึกฝนตนเองตลอดเวลา และเป็นผู้ที่คนทั่วไปปลอดภัยจาก (ความชั่วร้าย) ของเขา .
จงใช้ประโยชน์จากคำสอนของพระผู้เป็นเจ้าที่ได้ทรงสั่งสอนผู้คนทั้งหลายเอาไว้เถิด จงตอบรับข้อตักเตือนและคำแนะนำต่าง ๆ ของพระผู้เป็นเจ้า พร้อมทั้งน้อมรับข้อชี้แนะของพระองค์เถิด เพราะพระองค์ทรงใช้เหตุผลอันชัดแจ้งปิดประตูของการแก้ตัว (ที่ไร้เหตุผล) ของพวกท่านอีกทั้งได้แสดงหลักฐานไว้ให้กับพวกท่านอย่างสมบูรณ์แล้ว พระองค์ได้ทรงสาธยายการกระทำที่พระองค์ทรงรักและสิ่งที่พระองค์ทรงรังเกียจไว้ให้กับพวกท่าน เพื่อให้พวกท่านทั้งหลายปฏิบัติตามในสิ่งที่พระองค์ทรงรักและออกห่างจากสิ่งที่พระองค์ทรงรังเกียจ อีกทั้งจงฟังสิ่งที่ท่านศาสดา (ศ็อล ฯ) ได้กล่าวไว้เสมอว่า : สวรรค์จะซ่อนตัวอยู่ท่ามกลางความเจ็บปวดและนรกจะซ่อนตัวอยู่ท่ามกลางการปฏิบัติตามอารมณ์ใฝ่ต่ำของตัวเอง พึงรู้เถิดว่า ไม่มีการภักดีใดที่ถูกใช้ให้ปฏิบัตินอกเสียจากว่าธรรมชาติของมนุษย์จะไม่พอใจที่จะปฏิบัติมันและไม่มีบาปใดนอกเสียจากว่าความบาปนั้นจะสอดคล้องกับอารมณ์ใฝ่ต่ำของมนุษย์
ด้วยเหตุนี้เองความเมตตาของพระผู้เป็นเจ้าจะอยู่กับผู้ที่หักห้ามอารมณ์ใฝ่ต่ำของตัวเองพร้อมทั้งขจัดความปรารถณาอันต่ำช้าของตัวเองให้หมดสิ้นไปเพราะงานที่ยากที่สุดคือการหักห้ามจิตใจที่พยศของตัวเองที่พร้อมจะมุ่งสู่การกระทำบาปอยู่เสมอ
โอ้ปวงบ่าวของอัลลอฮ์ ให้รู้ไว้เถิดว่า ผู้ศรัทธาจะไม่ยอมไว้ใจตัวเองตลอดเวลาทั้งเช้าและค่ำ จะหาข้อบกพร่องของตัวเองอีกทั้งยังค้นหาความสมบูรณ์แบบและเพิ่มพูนความดีงามของตนอยู่ตลอดเวลา
ดังนั้นจงเป็นดั่งเช่นบรรพบุรุษที่เคยใช้ชีวิตก่อนหน้าพวกท่านเถิด ที่พวกเขาเป็นเหมือนนักเดินทางที่แบกเสาเพิงพักแห่งชีวิตของพวกเขาขึ้นบ่าและพร้อมที่จะเดินทางอยู่ตลอดเวลา พวกเขาเตรียมพร้อมเดินทางเคียงคู่ไปกับการประกอบคุณงามความดีและปลดปล่อยตัวเองให้พ้นจากการยึดติดอยู่กับความสวยงามของโลกแห่งวัตถุ
พึงรับรู้ถึงความประเสริฐของอัลกุรอานเถิด กุรอานคือผู้ชี้แนะที่ไม่เคยหลอกลวง คือผู้ชี้นำที่ไม่เคยทำให้ใครหลงทาง เป็นผู้พูดที่ไม่เคยโกหก ใครที่ผูกพันธ์อยู่กับอัลกุรอานเขาจะยืนเคียงคู่กับการเพิ่มขึ้นและลดลงเสมอ คือได้รับข้อชี้แนะเพิ่มขึ้น ส่วนความโง่และหัวใจอันมืดบอดจะลดน้อยลง
พึงรู้ไว้เถิดว่า ไม่มีผู้ใดจะยากจนและหมดหนทางเมื่อเขามีกุรอานอยู่เคียงข้าง และไม่มีผู้ใดจะร่ำรวยก่อนที่จะเขายอมรับกุรอาน ดังนั้นจงร้องขอจากกุรอานเพื่อให้รักษาโรคร้ายของพวกท่านเถิด และจงร้องขอจากกุรอานเพื่อให้พวกท่านได้มีชัยเหนือปัญหาและความยากลำบากทั้งหลาย เพราะในกุรอานมียารักษาโรคที่ร้ายแรงที่สุด นั่นก็คือโรคแห่งการปฏิเสธศรัทธา โรคแห่งการกลับกลอก และโรคแห่งการหลงทาง และจงร้องขอสิ่งที่พวกท่านต้องการจากอัลลอฮ์โดยผ่านกุรอานเถิด จงมุ่งสู่อัลลอฮ์ไปพร้อมกับความรักที่มีต่อกุรอานและ จงอย่าได้ใช้กุรอานเป็นสื่อเพื่อร้องขอสิ่งใดจากผู้อื่นเลย (อีกทั้งอย่าได้นำกุรอานมาเป็นเครื่องมือเพื่อไปสู่ความฝันทางโลกเลย) เพราะไม่มีสิ่งใดที่บ่าวใช้เป็นสะพานไปสู่พระผู้เป็นเจ้าที่มีเกียรติมากกว่ากุรอานอีกแล้ว
พึงรู้เถิด กุรอานคือผู้ให้การอนุเคราะห์ที่ถูกรับประกัน เป็นผู้พูดที่คำพูดได้รับการเชื่อถือเสมอ ผู้ใดก็ตามที่กุรอานให้การอนุเคราะห์เขาในวันกิยามะฮ์ก็จะได้รับความปลอดภัย ส่วนใครก็ตามที่กุรอานได้ฟ้องร้องเขาคำพูดของพยานที่ให้ร้ายเขาจะถูกตอบรับ
ในวันกิยามะฮ์จะมีเสียงประกาศก้องว่า พึงรู้เถิด วันนี้ทุกคนจะต้องได้รับการทรมานจากเมล็ดพันธ์ (แห่งความชั่ว) ที่ตัวเองปลูกเอาไว้อีกทั้งจะได้รับผลของสิ่งที่ได้กระทำไว้ ยกเว้นคนที่ปลูกเมล็ดพันธ์แห่งอัลกุรอาน ดังนั้นจงเป็นผู้หว่านเมล็ดพันธ์แห่งกุรอานและเป็นผู้ปฏิบัติตามกุรอานเถิด จงใช้กุรอานไปสู่การรู้จักพระเจ้าและให้กุรอานเป็นอุทาหรณ์ให้กับตัวเองเถิด ทุกครั้งที่ทัศนะของท่าน (ขัดแย้งกับกุรอาน) จงตำหนิตัวเองเถิด และหากความต้องการของตัวท่านเองขัดแย้งกับกุรอานก็ให้ถือว่าเป็นความต้องการที่ไม่ถูกต้อง
เชิญชวนสู่การปฏิบัติ : จงปฏิบัติ ปฏิบัติ ปฏิบัติ หลังจากนั้นก็ให้มุ่งมั่นสู่จุดมุ่งหมาย จุดมุ่งหมาย จงยืนหยัด จงยืนหยัด ต่อจากนั้นให้อดทน อดทน จงเคร่งคัด เคร่งคัด (ในเรื่องศาสนา)
สำหรับพวกท่านมีความสำเร็จรออยู่แล้ว จงมุ่งไปสู่ความสำเร็จเถิด และสำหรับพวกท่านมีธงนำทางที่ถูกเตรียมไว้แล้วจงใช้ธงนั้นพาตัวเองไปสู่ทางนำเถิด สำหรับศาสนาอิสลามมีเป้าหมายและความสำเร็จที่ถูกเตรียมไว้แล้ว จงมุ่งไปสู่อิสลามเถิด และจงมุ่งสู่พระผู้เป็นเจ้าด้วยการปฏิบัติตามคำสั่งใช้และหน้าที่ที่ถูกมอบหมายเอาไว้ให้แก่พวกท่านเถิด ฉันจะเป็นพยานให้กับการกระทำของพวกท่าน ในวันกิยามะฮ์ฉันจะเป็นตัวแทนพวกท่านเพื่อแสดงหลักฐาน (เกี่ยวกับการกระทำของพวกท่าน) เอง
ข้อแนะนำสำหรับผู้คนทั้งหลาย : พีงรู้เถิดว่า สิ่งที่ถูกกำหนดไว้ก่อนหน้านั้นมันเกิดขึ้นแล้ว และความประสงค์ของพระผู้เป็นเจ้าตั้งแต่อดีตในที่สุดก็เกิดขึ้นแล้ว ฉันจะขอเป็นผู้พูดที่ยึดตามคำสัญญาและหลักฐานของพระองค์ ที่ตรัสว่า บรรดาพวกที่กล่าวว่า พระผู้อภิบาลของเราคืออัลลอฮ์ แล้วพวกเขาก็ตั้งมั่นและยืนหยัด (อยู่บนคำพูดนั้น) บรรดาทูตสวรรค์จะลงมาหาพวกเขา (และจะกล่าวว่า) อย่ากลัวและอย่าเสียใจไปเลย และจะแจ้งข่าวดีกับพวกเขาถึงสวรรค์ที่พระองค์ได้ทรงสัญญาไว้ เมื่อพวกท่านกล่าวว่า พระผู้อภิบาลของเราคืออัลลอฮ์ ดังนั้นก็จงยืนหยัดอยู่บนการปฏิบัติตามคำสั่งใช้ที่มีอยู่ในคัมภีร์ของพระองค์ และให้ยืดมั่นอยู่ในหนทางที่พระองค์ทรงสั่งและหนทางแห่งการทำดีซึ่งนั่นก็คือการเคารพภักดีต่อพระองค์นั่นเอง พวกท่านอย่าทำตัวออกห่างจากคำสอนอีกทั้งอย่าได้ทำอุตริกรรมใด ๆ ในคำสอนและอย่าได้หันเหออกจากหนทางของพระองค์เลย เพราะคนที่ออกห่างจากคำสอนของพระองค์ในวันกิยามะฮ์จะถูกตัดขาดจากความเมตตาของพระองค์ และจงระวัง อย่าได้ทำลายมารยาทอันงดงามและอย่าได้แปรเปลี่ยนมารยาทอันงดงามให้กลายเป็นความเคยชินที่เลวร้าย
จงยืนหยัดบนคำพูดที่สัจจริงเถิด บุรุษต้องระวังลิ้นของตัวเอง เพราะลิ้นที่พยศจะทำให้เจ้าของได้รับอันตรายได้ ขอสาบานต่อพระผู้เป็นเจ้า ฉันไม่อยากเชื่อเลยว่า บ่าวคนหนึ่งที่ไม่ระวังคำพูดของตัวเองจะมีความยำเกรงที่ให้ประโยชน์
ลิ้นของผู้ศรัทธาจะอยู่เบื้องหลังหัวใจ ส่วนหัวใจและสติของคนหน้าไหว้หลังหลอกจะอยู่หลังลิ้น หมายถึงทุกครั้งที่ผู้ศรัทธาต้องการจะพูดสิ่งใดจะคิดใคร่ครวญเสียก่อน ถ้าเป็นสิ่งดี ก็จะเปิดเผยคำพูดนั้นออกมา แต่ถ้ามันเป็นสิ่งไม่ดีและน่ารังเกียจจะปกปิดมันเอาไว้ ส่วนคนหน้าไหว้หลังหลอกคิดอะไรได้ก็จะพูดออกมา โดยที่ก่อนหน้านั้นไม่ได้คิดใคร่ครวญเลยว่าสิ่งใดมีประโยชน์หรือสิ่งใดให้โทษกับตัวเอง ท่านศาสนทูต (ศ็อล ฯ) กล่าวว่า : อีหม่านของบ่าวคนหนึ่งจะไม่สมบูรณ์และมั่นคงจนกว่าหัวใจของเขาจะมั่นคง และหัวใจของเขาจะไม่มั่นคงจนกว่าคำพูดของเขาจะมั่นคง
ใครก็ตามในหมู่พวกท่านที่มีความสามารถจะทำให้ตัวเองพบกับพระผู้เป็นเจ้าด้วยมืออันบริสุทธิ์ที่ไม่ได้ทำลายเลือดเนื้อและทรัพย์สินของมุสลิมอีกทั้งไม่ใช้ลิ้นทำลายเกียรติยศของผู้ใด ก็จงทำเถิด
ห้ามการทำอุตริกรรม : โอ้ปวงบ่าวของอัลลอฮ์ พึงรู้เถิดว่า ผู้ศรัทธาคือคนที่ยึดเอาสิ่งที่ท่านศาสดา (ศ็อล ฯ) เคยถือเป็นฮะลาลตั้งแต่แรก ให้เป็นที่อนุมัติสำหรับเขาจนถึงปัจจุบันและยึดเอาสิ่งที่เป็นฮะรอมตั้งแต่เริ่มต้นเป็นสิ่งฮะรอมจนถึงปัจจุบัน ส่วนสิ่งที่ประชาชนทำอุตริขึ้นนั้นเป็นฮะรอมสำหรับท่าน จะไม่มีวันเป็นสิ่งฮะลาลได้แม้เพียงเศษเสี้ยวหนึ่งก็ตาม ส่วนฮะลาลก็คือ สิ่งที่พระผู้เป็นเจ้าอนุญาติให้กระทำได้ และฮะรอมก็คือ สิ่งที่พระผู้เป็นเจ้าได้ห้ามไว้ ในกิจการและเหตุการณ์ต่าง ๆ ท่านได้รับการถ่ายทอดประสบการณ์มาแล้ว และท่านได้รับบทเรียนและอุทาหรณ์สอนใจจากสภาพการณ์ต่าง ๆ ของชนรุ่นก่อนแล้ว พวกเขาได้แสดงตัวอย่างให้ท่านเห็นและพวกท่านถูกเรียกร้องไปสู่สิ่งที่เป็นเรื่องที่ชัดเจนที่สุด ดังนั้นสิ่งที่เสียงของมันดังก้องกังวาลไปทั่วนอกจากคนหูหนวกเท่านั้นที่จะไม่ได้ยินเสียง และเป็นเรื่องชัดเจนและชัดแจ้งที่นอกจากคนที่ตาบอดเท่านั้นที่จะมองไม่เห็น ผู้ที่บททดสอบและประสบการณ์ต่าง ๆ ที่อัลลอฮ์มอบให้ไม่เป็นประโยชน์สำหรับเขา ก็จะไม่ได้รับประโยชน์จากคำสอนต่าง ๆ เลย เขาจะเป็นผู้ไม่มีวิสัยทัศน์และผู้ไร้ความคิด จนทำให้เห็นร้ายเป็นดี และเห็นดีเป็นร้าย ประชาชนมีอยู่สองกลุ่มเท่านั้น กลุ่มหนึ่งเป็นผู้ปฏิบัติตามหลักคำสอนและหลักการศาสนา อีกกลุ่มเป็นผู้สร้างอุตริกรรมที่ไม่มีหลักฐานใดจากอัลลอฮ์และแบบฉบับใดของท่านศาสดา (ศ็อล ฯ) อีกทั้งเหตุผลใด ๆ มายืนยันเลย กุรอาน คัมภีร์แห่งอัลลอฮ์ อัลลอฮ์ไม่ได้สั่งสอนผู้ใดนอกเหนือจากสิ่งที่ถูกกล่าวไว้ในกุรอานเลย เพราะกุรอานคือสายเชือกของพระเจ้า เป็นสิ่งที่จะสร้างความปลอดภัย ในกุรอานมีสิ่งที่จะสร้างความชุ่มชื่นให้กับหัวใจ มีสายน้ำแห่งวิทยาการ ไม่มีสิ่งใดจะสร้างแสงสว่างให้กับหัวใจยกเว้นกุรอาน โดยเฉพาะในสังคมที่ผู้ที่มีหัวใจตื่นทั้งหลายและเหลือแต่ผู้ที่หลงลืมและคนแกล้งลืม ที่ไหนมีการทำดีก็จงช่วยเหลือเถิด และที่ใดที่ท่านเห็นความเลวร้ายก็จงออกห่างเถิด เพราะท่านศาสดา (ศ็อล ฯ) ได้กล่าวไว้ว่า :โอ้มนุษย์ทั้งหลาย จงทำความดีและหลีกเลี่ยงการทำชั่ว ถ้าพวกท่านได้เช่นนี้ท่านก็จะอยู่ในสายทางแห่งความเที่ยงตรง (หนทางแห่งการได้เข้าใกล้ชิดพระผู้เป็นเจ้า)
พึงรับรู้ถึงความอธรรมเถิด ความอธรรมมีสามแบบ ความอธรรมที่ไม่มีวันได้รับการอภัยโทษเป็นอันขาด ความอธรรมที่มีบทลงโทษแน่นอนและความอธรรมที่ถูกยกเว้นและไม่ถูกสอบสวน ส่วนอธรรมที่ไม่มีวันได้รับการอภัยโทษคือการตั้งภาคีต่อพระผู้เป็นเจ้า อัลลอฮ์ทรงตรัสว่า อัลลอฮ์ไม่มีวันให้อภัยผู้ที่ตั้งภาคีเป็นอันขาด ส่วนความอธรรมที่ได้รับการยกเว้นคือความอธรรมที่เกิดจากการที่บ่าวคนหนึ่งทำบาปกับตัวเขาเอง ส่วนความอธรรมที่มีบทลงโทษแน่นอน คือการที่ผู้หนึ่งกดขี่ผู้อื่น บทลงโทษที่นั้นร้ายแรงมาก ไม่ใช่ (บทลงโทษ) ของการทำให้ผู้อื่นได้รับบาดแผลด้วยมีดหรือการตบหน้าธรรมดา แต่เป็นการลงโทษที่ทำให้สิ่งที่กล่าวมานี้ทั้งหมดดูเล็กน้อยไปเลย อย่าได้เป็นแปรเปลี่ยนในศาสนาของอัลลอฮ์ เพราะความสามัคคีและความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันในสิ่งที่เป็นสัจธรรมที่พวกท่านรังเกียจดีกว่าความแตกแยกในเรื่องที่เป็นโมฆะที่พวกท่านชื่นชอบ เพราะอัลลอฮ์ไม่เคยประทาน (โปรดปราน)ใดเพราะความแตกแยกให้กับผู้คนทั้งในอดีตและปัจจุบัน
ความจำเป็นในการเชื่อฟังพระเจ้า : โอ้ประชาชนทั้งหลาย ขอแสดงความยินดีกับคนที่คอยหาจุดบกพร่องของตัวเอง จนทำให้ไม่ได้ไปสนใจกับความบกพร่องของคนอื่น และขอแสดงความยินดีกับคนที่คอยดูแลครอบครัวตัวเอง ใช้สอยสิ่งที่ตัวเองหามาได้ ปฏิบัติตามคำสั่งของพระเจ้าตลอดเวลา ตำหนิการทำความผิดของตัวเอง สาละวนอยู่กับการฝึกฝนตนเองตลอดเวลา และเป็นผู้ที่คนทั่วไปปลอดภัยจาก (ความชั่วร้าย) ของเขา .
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)