กุรอานกับฮะดิษ 7 อักษร

ในฉบับนี้จะพูดถึงประเด็นสำคัญประเด็นหนึ่งที่นักวิชาการ อุลูมกุรอาน มีการถกเถียงกันอย่างกว้างขวางนั่นก็คือเรื่องราวของการประทานอัลกุรอานด้วย 7 อักษร ประเด็นมีอยู่ว่า มีฮะดิษจำนวนหนึ่งทั้งทางฝั่งซุนนีย์และฝั่งชีอะฮ์ที่กล่าวเกี่ยวกับการประทานกุรอานด้วย เจ็ด อักษร
ในหมู่นักวิชาการซุนนีย์เชื่อว่าฮะดิษเหล่านี้เป็นฮะดิษมุตะวาติร (ฮะดิษที่มีสายรายงานมากจนเป็นที่น่าเชื่อถือ) ซึ่งมีการบันทึกฮะดิษเหล่านี้ไว้ในหนังสือฮะดิษที่มีชื่อเสียงมากมายและไม่มีนักวิจารณ์ฮะดิษคนใดออกมาวิจารณ์ฮะดิษเหล่านี้ในทางเสียหายเลยยิ่งไปกว่านั้นยังมีการยืนยันถึงความถูกต้องของฮะดิษเหล่านี้ด้วย
สุยูฏีย์นักวิชาการชื่อดังด้านอุลูมกุรอานกล่าวเกี่ยวกับเรื่องนี้ในหนังสือ อัล อิตกอน เล่ม 1 หน้า 46 ว่า : ฮะดิษที่กล่าวเกี่ยวกับการประทานกุรอานด้วย 7 อักษรเหล่านี้ถูกรายงานจากบรรดาซอฮาบะฮ์จำนวนหนึ่ง เช่น อุบัย บิน กะอ์ อะนัส บิน มาลิก ฮุซัยฟะฮ์ บิน ยะมาน เซด บิน อัรกอม ซะมะเราะฮ์ บิน ญุนดับ และคนอื่น ๆ อีกจำนวน 21 คน
ฏอบรีย์ นักวิชาการชื่อดังอีกท่านหนึ่งกล่าวไว้ในบทนำ หนังสือ ตัฟซีร ฏอบรีย์ หน้า 6 ว่า : “ฮะดิษที่กล่าวเกี่ยวกับเรื่องนี้มีมากมายเหลือเกิน.....” หลังจากนั้นฏอบรีย์ได้รายงานฮะดิษ เกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวจำนวนกว่า 50 ฮะดิษ และฏอบรีย์ก็ได้กล่าวถึงคำกล่าวของ ฮาฟิซ อะบูยะอ์ลา ซึ่งท่านได้กล่าวไว้ในหนังสือของท่านเองเกี่ยวกับฮะดิษเหล่านี้ว่า มีรายงานว่า - วันหนึ่งท่านอุศมานได้ขึ้นบนมิมบัรสอบถามประชาชนว่า ใครเคยได้ยินฮะดิษนี้ (ฮะดิษ 7 อักษร) จากท่านศาสดา (ศ็อล ฯ ) บ้าง ประชาชนจำนวนมากลุกขึ้นยืน และยืนยันว่าได้ยินฮะดิษนี้ อุศมานเองก็ลุกขึ้นยืนเพื่อยืนยันว่าตนเองก็ได้ยินฮะดิษนี้ด้วยเช่นกัน
พอจะสรุปได้ว่าฮะดิษที่เกี่ยวกับการประทานกุรอานด้วย 7 อักษรในทัศนะของนักวิชาการฝ่ายซุนนีย์เชื่อว่าเป็นฮะดิษมุตะวาติรเชื่อถือได้ จากตรงนี้ผู้เขียนขอยกรายงานฮะดิษจำนวนหนึ่งทั้งของฝ่ายซุนนีย์และชีอะฮ์เพื่อมาดูกันก่อนว่าฮะดิษมีเนื้อหาอย่างไรบ้าง
- รายงานจากท่านบุคคอรีย์ ในหนังสือ เศาะฮีฮ์ บุคคอรีย์ เล่ม 6 หน้า 227 ว่า - รายงานจาก ซะอีด บิน อุฟัยร์ จาก ลัยษ์ จาก อะกีล จาก อุบับดิลลาฮ์ บิน อับดุลลอฮ์ รายงานจาก อิบนิ อับบาส กล่าวว่า : ท่านศาสดา (ศ็อล ฯ) กล่าวว่า : ญิบรออีลให้ฉันอ่านด้วยอักษรเดียว ฉันกล่าวกับญิบรออีลว่า อักษรเดียวน้อยไป ญิบรออีลจึงเพิ่มอักษรขึ้นจนถึง 7 อักษร
- รายงานจากบุคคอรีย์ จากซะอีด บิน อุฟัยร์ จากอะกีล จากอิบนิ ชะฮาบ จากอุรวะฮ์ บิน ซุบัยร์ จาก มะซูร บิน มุคอรรอมะฮ์ ว่า อับดุลเราะฮ์มาน บิน อับดุลกอดิร กล่าวว่า : ท่านอุมัรเคยกล่าวว่า : วันหนึ่งฉันเห็น ฮิชาม บิน ฮะกีม กำลังอ่านกุรอานซูเราะฮ์ ฟุรกอนอยู่ ฉันนั่งฟังโดยฉันเห็นว่าเขาอ่านโดยใช้อักษรหลายอักษรด้วยกันซึ่งสำหรับฉันไม่เคยได้ยินท่านศาสดา (ศ็อล ฯ) อ่านแบบนี้มาก่อน ฉันนั่งฟังอยู่สักพักหนึ่งจนเขานมาซเสร็จ จึงเข้าไปดึงเสื้อของเขาและกล่าวถามว่า : ใครให้อนุญาติท่านให้อ่านกุรอานแบบนั้น เขากล่าวว่า : ท่านศาสดา (ศ็อล ฯ) อนุญาติฉัน ฉันกล่าวกับเขาว่า : โกหก ท่านศาสดาไม่เคยอ่านแบบนี้ให้พวกเราฟัง จากนั้นเองฉันจึงพาเขาไปหาท่านศาสดา (ศ็อล ฯ) และกล่าวกับท่านศาสดา (ศ็อล ฯ) ว่า : เขาอ่านกุรอานแบบนี้ (พร้อมอ่านเป็นตัวอย่าง) ท่านศาสดา (ศ็อล ฯ) กล่าวว่า : จงปล่อยเขาเถิด และท่านศาสดายังกล่าวกับฮิชามว่า : เจ้าจงอ่านแบบที่เจ้าอ่านให้เขาฟังซิ ฮิชามจึงอ่านกุรอานตามแบบของเขาให้ท่านศาสดา (ศ็อล ฯ) ฟัง หลังจากนั้นท่านศาสดา (ศ็อล ฯ) จึงกล่าวว่า : กุรอานถูกประทานลงมาในรูปแบบนี้ (ตามที่ฮิชามอ่าน) หลังจากนั้นท่านศาสดา (ศ็อล ฯ) ยังกล่าวอีกว่า - กุรอานถูกประทานลงมาด้วย 7 อักษรเจ้าจงอ่านตามอักษรใดก็ได้ตามความสามารถของเจ้า
- ท่านอัลลามะฮ์ มัจลิซีย์ รายงานว่า ฮุมาด บิน อุศมานกล่าวว่า : ฉันกล่าวถามท่านอิมามศอดิก (อ) ว่า มีรายงานฮะดิษจากท่านเอง (เกี่ยวกับเรื่อง การประทานกุรอาน 7 อักษร) มากมายและแตกต่างกันเหลือเกิน( มันเป็นอย่างไรหรือ) ท่านอิมามกล่าวว่า : “กุรอานถูกประทานมา 7 อักษร ... ทุก 7 อักษรสามารถอธิบายได้เป็น 7 แบบ......”
จากฮะดิษข้างต้นเราเห็นกันแล้วว่า กุรอานถูกประทานมา 7 อักษรจริง ๆ แต่หลังจากที่อ่านฮะดิษแล้วหลายคนคงตั้งคำถามว่า คำว่า 7 อักษรที่ถูกกล่าวในฮะดิษมีความหมายว่าอะไร ?
ความหมายของคำว่า 7 อักษร
หลังจากที่เราพิจารณาเนื้อหาฮะดิษแล้วประเด็นสำคัญที่สุดที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้และเป็นประเด็นที่มีนักวิชาการถกเถียงกันมากที่สุดคือ ความหมายของคำว่า 7 อักษร ว่าอันที่จริงแล้วมีความหมายว่าอย่างไร นักวิชาการบางท่านกล่าวว่า : คำว่า 7 อักษร หมายถึง 7 คำ (ที่มีรูปคำที่แตกต่างกันแต่มีความหมายเดียวกัน) ซึ่งแต่ละคำไม่ได้มีความหมายที่ทำให้บทบัญญัติดั้งเดิมเปลี่ยนแปลงหรือสับสนได้ ซึ่งในช่วงแรกมุสลิมสามารถเลือกได้ว่าจะอ่านในรูปแบบคำใดก็ได้ แต่ภายหลังเห็นพ้องต้องกันว่าจะต้องอ่านให้เหมือนกันจึงมีรูปแบบการอ่านแบบเดียวในปัจจุบัน
นักวิชาการบางท่านกล่าวว่า : ความหมายของ 7 อักษรเป็นการกล่าวถึงความแตกต่างทางภาษาของชาวอาหรับในสมัยของการประทานอัลกุรอาน ซึ่งดูในตำราประวัติศาสตร์จะเห็นว่าในแต่ชนเผ่าอาหรับเองมีภาษาที่แตกต่างกันดังนั้น 7 อักษร คือ 7 ภาษาของอาหรับที่มีความสวยงามที่สุด
นี่เป็นทัศนะบางส่วนของบรรดานักวิชาการอุลูมกุรอานเกี่ยวกับเรื่องนี้ อันที่จริงแล้วบางคนมองลึกว่าสาเหตุของการมีทัศนะที่แตกต่างกันของนักวิชาการมีต้นเหตุมาจากการอ่านที่แตกต่างกันบรรดาผู้รวบรวมกุรอานในยุคแรกโดยเฉพาะความแตกต่างในเรื่องการอ่านของอับดุลลอฮ์ บิน มัสอูด และ อุบัย บิน กะอ์ และบางคนก็มองว่าความแตกต่างของบุคคลเหล่านี้เป็นสาเหตุของการมีฮะดิษเหล่านี้เกิดขึ้นนั่นเอง
ผู้รวบรวมกุรอานเหล่านี้เองเชื่อว่าคำว่า 7 อักษรหมายถึง หมายถึง 7 คำ (ที่มีรูปคำที่แตกต่างกันแต่มีความหมายเดียวกัน) ตามทัศนะแรกที่กล่าวไว้ข้างต้น ดังนั้นในการอ่านพวกเขาจึงเปลี่ยนคำที่มีความหมายเหมือนกันมาใช้อ่านในอัลกุรอานด้วย
เช่นมีรายงานกล่าวว่า ในโองการ 20 ซูเราะฮ์ บะเกาะเราะฮ์ ที่อ่านว่า
كُلَّمَا أَضَاء لَهُم مَّشَوْاْ فِيهِ
อุบัย บิน กะอ์ เปลี่ยนประโยค مَّشَوْاْ فِيه เป็น مَرّوا به ส่วนอับดุลลอฮ์ บิน มัสอูด ในโองการที่ 13 ซูเราะฮ์ ฮะดีดที่ กล่าวว่า
يَوْمَ يَقُولُ الْمُنَافِقُونَ وَالْمُنَافِقَاتُ لِلَّذِينَ آمَنُوا انظُرُونَا
เปลี่ยนประโยค انظُرُونَا เป็น اَمهلونا หรือบางครั้งก็เปลี่ยนเป็น اخرونا (บันทึกในหนังสือ อัลอิตกอน เล่ม 1 หน้า 46 )
จากรายงานต่าง ๆ ข้างต้นทำให้เข้าใจได้ว่า อิบนิ มัสอูด และพวกพ้องเชื่อว่า คำว่า 7 อักษรหมายความว่า 7 คำ (คือสามารถนำคำอื่นที่มีความหมายเดียวกันมาอ่านแทนกันได้) และจากรายงานทางประวัติศาสตร์ทำให้เข้าใจได้อีกว่าการอ่านกุรอาน 7 แบบดังกล่าวนั้นเริ่มต้นตั้งแต่สมัยอุศมานและเลยจนมาถึงสมัยต่อ ๆ มา ทั้ง ๆ ที่ในหมู่นักวิชาการเป็นที่รู้กันว่าการอ่าน 7 แบบนั้นถูกสั่งห้ามแล้วในสมัยอุศมานโดยอุศมานสั่งให้มุสลิมทั้งหลายอ่านแบบเดียวเหมือนกันให้หมดโดยมีรายงานฮะดิษยืนยันดังนี้
รายงานจากท่านบุคคอรีย์ในหนังสือ เศาะฮีฮ์ บุคคอรีย์ เล่ม 6 หน้า 226 ว่า : ฮุซัยฟะฮ์ บิน ยะมานได้เข้าพบอุศมานในสงครามกับอาร์มาเนียและอาเซอร์ไบจาน ซึ่งในสงครามดังกล่าวมุสลิมชาวอิรักและชาม (ซีเรีย) เข้าร่วมสงครามด้วย มุสลิมทั้งสองกลุ่มต่างขัดแย้งกันในเรื่องการอ่านกุรอาน ฮุซัยฟะฮ์กลัวความขัดแย้งจะบานปลายจึงร้องเรียนกับอุศมานว่าให้ดูแลเรื่องนี้ด้วย ก่อนที่มุสลิมจะกลายเป็นเหมือนชนชาติอื่นที่ขัดแย้งกันในเรื่องคัมภีร์ของตนเอง หลังจากนั้นเองอุศมานมีคำสั่งให้ส่งคนไปหาท่านหญิงฮัฟเศาะฮ์ โดยให้ไปนำกุรอานต้นฉบับที่เก็บรักษาไว้โดยให้ เซด บิน ซาบิต อับดุลลอฮ์ บิน ซุบัยร์ ซะอ์ บิน อาซ อับดุลเราะฮ์มาน บิน ฮาริษ บิน ฮิชามลอกจากต้นฉบับเดิมและเมื่อลอกเสร็จให้นำต้นฉบับไปคืนดังเดิม และหลังจากนั้นก็สั่งให้นำกุรอานฉบับอื่นไปเผาทิ้งเสีย
อิบนิ ฮะญัร อัซเกาะลานีย์ กล่าวอธิบายฮะดิษดังกล่าวนี้ไว้ในหนังสือ ฟัตหุลบารีย์ เล่ม 9 หน้า 14 : 15 ว่า : มีรายงานจาก อัมมาเราะฮ์ บิน เคาะซียะฮ์ ว่า : เมื่อฮุซัยฟะฮ์ เดินทางกลับจากสงคราม ก่อนที่จะเดินทางกลับบ้านฮุซัยฟะฮ์ ได้ไปหาอุศมาน พร้อมกับกล่าวว่า : หลังจากที่ฉันมาจากสงครามฉันเห็นบางสิ่งบางอย่างที่ทำให้ฉันกลัวเป็นอย่างยิ่ง โอ้ท่านอุศมาน ท่านจงดูแลประชาชาติอิสลามด้วยพวกเขากำลังขัดแย้งกันแล้ว ชาวชาม (ซีเรีย) อ่านกุรอานตามการอ่านของ อุบัย บิน กะอ์ ซึ่งเป็นการอ่านที่ชาวอิรักไม่เคยได้ยินมาก่อนส่วนชาวอิรักเองก็อ่านตามแบบของ อับดุลลอฮ์ บิน มัสอูด ซึ่งชาวชาวชามก็ไม่เคยได้ยินการอ่านแบบนี้มาก่อนจึงเป็นเหตุให้ต่างคนต่างใส่ร้ายกันว่าเป็นกาเฟร (ผู้ปฏิเสธ) (เนื่องจากอ่านกุรอานผิด)
จากทั้งสองรายงานข้างต้นจะเห็นได้ว่า มีคำสั่งจากท่านอุสมานแล้วให้มุสลิมทั้งหลายอ่านกุรอานรูปแบบเดียวกันและทำให้เหมือนกันทั้งหมด การอ่านโดยใช้คำที่มีความหมายเหมือนกันมาแทนที่คำในกุรอานตามที่อับดุลลอฮ์ บิน มัสอูด และหรือคนอื่น ๆ กระทำนั้นต้องถูกห้ามไม่ให้ทำต่อไป
และนักวิชาการหลายคนเชื่อว่าการกระทำของอับดุลลอฮ์ บิน มัสอูด และคนอื่น ๆ ถือเป็นการกระทำที่เป็นอันตรายต่อกุรอานและอิสลามเป็นอย่างยิ่ง เท่ากับว่าคำต่าง ๆ ของกุรอานมาอยู่ในการควบคุมของมนุษย์ มนุษย์สามารถที่จะตัดคำหรือเพิ่มคำที่มีความหมายเหมือนกันใส่ไปแทนที่ได้ ต่อไปกุรอานก็จะไม่เป็นที่น่าเชื่อถืออีกต่อไป ซึ่งในเรื่องนี้อัลลอฮ์ทรงตรัสห้ามไว้อย่างชัดเจนในซูเราะฮ์ยูนุสโองการที่ 15 ว่า -
“... จงกล่าวเถิด (มุฮัมมัด) ไม่สมควรแก่ฉันที่จะเปลี่ยนแปลง (กุรอาน) ด้วยตัวฉันเอง (โดยพละการ) .....”
มาถึงตรงนี้คงพอสรุปได้ว่าความหมายคำว่า 7 อักษรคงไม่ใช่ความหมายตามที่กล่าวมาข้างต้นอย่างแน่นอน แต่มันจะคืออะไรขอให้ท่านผู้อ่านพิจารณาประเด็นต่อไปนี้
อิมามมะอ์ซูมกับการอธิบายฮะดิษ 7 อักษร
บรรดาอิมามมะอ์ซูมมีทัศนะเกี่ยวกับความหมายของฮะดิษ 7 อักษรแตกต่างออกไปจากทัศนะที่นักวิชาการซุนนีย์ได้อธิบายไว้ โดยมีรายงานจากท่านอิมามซอดิก (อ) ว่า : มีสาวกคนหนึ่งกล่าวถามท่านอิมามว่า : ตามที่คนทั่วไปกล่าวว่ากุรอานสามารถอ่านได้ 7 อักษรถูกต้องหรือไม่ ท่านอิมามซอดิกกล่าวตอบว่า : ไม่ถูกต้อง สิ่งที่คนทั่วไปกล่าวเป็นเรื่องโกหก จากนั้นท่านอิมามซอดิกก็กล่าวว่า : กุรอานถูกประทานมาเพียงอักษรเดียวจากพระผู้ทรงเอกะ (อุซูลุลกาฟีย์ เล่ม 2 บท อัลนะวาดิร)
อีกรายงานจากท่านอิมาม บาเก็ร (อ) กล่าวว่า : กุรอานมีอักษรเดียว รูปแบบเดียว โดยถูกประทานมาจากพระผู้เป็นเจ้าผู้ทรงเอกะ ส่วนความแตกต่างที่เกิดขึ้นเกิดจากความขัดแย้งของนักรายงานฮะดิษเอง (อุซูลุลกาฟีย์ เล่ม 2 บท อัลนะวาดิร)
จากรายงานข้างต้นชัดเจนว่าท่านอิมามปฏิเสธทัศนะที่ว่า 7 อักษรหมายถึง 7 คำ (ที่มีรูปคำที่แตกต่างกันแต่มีความหมายเดียวกัน) และที่ท่านอิมามกล่าวว่า ความแตกต่างเกิดจากความขัดแย้งของนักรายงานฮะดิษความหมายของอิมามก็คือ ความขัดแย้งระหว่าง อับดุลลอฮ์ บิน มัสอูด กับอุบัย บิน กะอ์นั่นเอง
แต่การปฏิเสธของอิมามไม่ได้เกี่ยวข้องกับตัวบทหรือสายรายงานของฮะดิษ ตามคำกล่าวของ มัรฮูม ฟะกีฮ์ ฮะมะดานีย์ ในหนังสือ มิสบาฮุลฟะกีฮ์ หน้า 274 ในบทที่ว่าด้วยเรื่องของการนมาซ ว่า : ท่านอิมามไม่ได้ปฏิเสธสายรายงานฮะดิษ และยังเชื่อว่าฮะดิษดังกล่าวเป็นฮะดิษ มุตะวาติรด้วย แต่สิ่งที่อิมามปฏิเสธคือการให้ความหมายฮะดิษตามที่กล่าวข้างต้นต่างหาก
ทีนี้เรามาดูว่าเมื่อท่านอิมามมะอ์ซูมให้ความหมายคำว่า 7 อักษรว่าอย่างไร ในเรื่องนี้ผมขอยกตัวอย่างรายงานฮะดิษมากำกับดังนี้
ท่านอัลลามะฮ์ มัจลิซีย์ รายงานจาก ซุรอเราะฮ์ ว่า ท่านอิมามบาเก็ร กล่าวว่า - กุรอานสามารถอธิบายได้ 7 แบบด้วยกัน ซึ่งบางอย่างเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นแล้วแต่บางอย่างยังไม่เกิดขึ้น ..... (บิฮารุลอันวาร เล่ม 92 หน้า 83 )
จากฮะดิษข้างต้นบรรดานักวิชาการของชีอะฮ์เห็นพ้องต้องกันว่า คำว่า 7 อักษรหมายถึง 7 ความหมายหมายถึงคำหนึ่งคำของกุรอานสามารถอธิบายได้ 7 ความหมายซึ่งในที่นี้หากคำว่า 7 ในฮะดิษมีความหมายตามคำเดิมของมัน แต่หากคำว่า 7 ให้ความหมายในเชิงเปรียบเทียบ เช่นคำว่า 70 ในบางฮะดิษที่ให้ความหมายว่า มากมายจนนับไม่ถ้วน คำว่า 7 ก็สามารถมีความหมายว่า นับไม่ถ้วนได้เช่นเดียวกัน
จากตรงเองเราสามารถสรุปได้ดังนี้ว่า คำว่า 7 อักษรในฮะดิษหมายถึง 7 ความหมาย ซึ่งนั่นเป็นสิ่งบ่งบอกถึงความลึกซึ้งของอัลกุรอานที่ทุกคนสามารถทำความเข้าใจได้ขึ้นอยู่กับระดับความรู้ของผู้อ่านนั่นเอง

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น