บทความนี้ถูกตีพิมพ์ลงในนิตยสารสาส์นจากฟากฟ้า ฉบับที่ 5
ในฉบับที่แล้วเรากล่าวถึงการประทานอัลกุรอานแบบวาระเดียวพร้อมทั้งทัศนะของบรรดานักวิชาการด้านอัลกุรอานไปแล้วในฉบับนี้จะกล่าวถึงการประทานอัลกุรอานแบบหลายวาระพร้อมกับรายละเอียดเกี่ยวกับประเด็นนี้ และในช่วงท้ายจะขออธิบายเกี่ยวกับเรื่อง “สาเหตุของการประทานอัลกุรอาน” หรือที่ในภาษาอาหรับเรียกว่า “اسباب النزول” ด้วย
อัลกุรอานเองได้กล่าวถึงการประทานอัลกุรอานตามเหตุการณ์ต่าง ๆ ในช่วงชีวิตของท่านศาสดา (ศ็อลฯ) ซึ่งสิ่งดังกล่าวเป็นการยืนยันถึงการประทานอัลกุรอานแบบหลายวาระอยู่แล้วแต่นอกเหนือจากนั้นในประวัติศาสตร์เองก็มีการบันทึกช่วงเวลาของการประทานอัลกุรอานในแต่ละสถานการณ์ด้วย สองสิ่งนี้จึงเป็นการพิสูจน์ถึงการประทานอัลกุรอานในสองรูปแบบ เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนจะขอยกตัวอย่างโองการที่พิสูจน์ให้เห็นถึงการประทานอัลกุรอานแบบหลายวาระ ซึ่งตัวอย่างของโองการที่กล่าวเกี่ยวกับเรื่องนี้มีดังนี้
- และ เราได้ประทานอัลกุรอาน ลงมาเป็นส่วน ๆ เพื่อที่จะให้เจ้าได้อ่านมันแก่มนุษยชาติอย่างช้า ๆ (อัสรออ์ / 106)
- บรรดาผู้ปฏิเสธกล่าวว่า : ทำไมอัลกุรอานจึงไม่ถูกประทานลงมาให้แก่เขา(มุฮัมมัด)เพียงครั้งเดียว (ฟุรกอน / 32)
ตัวอย่างโองการข้างต้น แสดงให้เห็นว่าอัลกุรอานไม่ได้ถูกประทานมาวาระเดียวซึ่งจากตรงนี้เองจึงเป็นเหตุให้บรรดาผู้ปฏิเสธการศรัทธาตั้งคำถามดังกล่าวขึ้น
จากที่เราเคยกล่าวไปแล้วในฉบับก่อน ๆ ว่ามีโองการอัลกุรอานที่กล่าวถึงการประทานอัลกุรอานมีอยู่สองกลุ่มด้วยกัน กลุ่มหนึ่งกล่าวถึงการประทานทั้งหมดของอัลกุรอานเกิดขึ้นในเดือนรอมฎอน อีกกลุ่มหนึ่งกล่าวถึงการประทานตามวาระโอกาสหรือตามเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในช่วงชีวิตของท่านศาสดา (ศ็อลฯ) โองการทั้งสองกลุ่มนี้ชี้ให้เห็นถึงรูปแบบการประทานอัลกุรอานที่มีสองรูปแบบ คือ แบบวาระเดียว และ แบบหลายวาระ นั่นเอง
เป้าหมายของการประทานอัลกุรอานแบบหลายวาระ
คงจะมีคนตั้งคำถามว่าทำไมอัลกุรอานต้องประทานมาแบบหลายวาระด้วย อย่างที่บรรดาผู้ปฏิเสธได้เคยตั้งคำถามมาก่อนแล้ว เนื่องจากว่านเพราะอัลกุรอานเป็นคัมภีร์แห่งทางนำ เป็นบทบัญญัติที่จะให้มนุษย์ทั้งหลายได้ปฏิบัติตามและต้องถูกนำเสนอต่อมนุษย์ทั้งหลายอย่างเป็นระบบ แต่เหตุใจจึงมีระยะห่างของการประทานในแต่ละครั้ง ?
อันที่จริงแล้วการประทานอัลกุรอานแบบหลายวาระมีคุณประโยชน์และมีวิทยะปัญญามากมาย โดยจะขอกล่าวเป็นข้อ ๆ โดยยกโองการอัลกุรอานประกอบดังต่อไปนี้
1- ในโองการที่มีผู้ปฏิเสธตั้งคำถามว่า : ทำไมอัลกุรอานจึงไม่ถูกประทานลงมาให้แก่เขา (มุฮัมมัด) ครั้งเดียว
ในโองการเดียวกันนั้น กล่าวตอบว่า “ เพื่อเราจะทำให้จิตใจของเจ้ามั่นคงหนักแน่น” (ฟุรกอน / 32)
การประทานอัลกุรอานตามเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นโดยเฉพาะในช่วงเหตุการณ์ที่เลวร้าย ในช่วงวิกฤติ ช่วงสงครามต่าง ๆ จะเป็นการปลอบขวัญ และเป็นการสนับสนุนท่านศาสดา (ศ็อลฯ) มากกว่าช่วงเวลาอื่น ๆ อีกทั้งยังเป็นการสร้างขวัญและกำลังใจให้กับท่านศาสดา (ศ็อลฯ) ได้เป็นอย่างดีอีกด้วย สมมุติว่าโองการทั้งหมดที่เป็นโองการเกี่ยวกับการสั่งเสียให้ท่านศาสดา (ศ็อลฯ) อดทน ถูกประทานลงมาหมดเพียงครั้งเดียว การประทานโองการดังกล่าวทั้งหมดเพียงครั้งเดียวคงไม่มีผลในด้านจิตใจเท่ากับการประทานลงมาในเหตุการณ์จริงที่ท่านศาสดา(ศ็อลฯ) กำลังเผชิญกับมันอยู่ ตัวอย่างเช่น หลังจากที่มีคำพูดจากบรรดาผู้ปฏิเสธทำให้ท่านศาสดา (ศ็อลฯ) เสียใจเป็นอย่างมาก มีโองการอัลกุรอานประทานลงมาโดยกล่าวกับท่านศาสดา (ศ็อล ฯ) ว่า : ดังนั้น อย่าได้ให้คำพูดของพวกเขาเป็นที่เสียใจแก่เจ้า แท้จริงเรารู้ดีถึงสิ่งที่พวกเขาปิดบัง และสิ่งที่พวกเขาเปิดเผย (ยาซีน / 36)
หรือโองการที่ประทานลงมาปลอบใจท่านศาสดา (ศ็อลฯ) หลังจากที่คำสอนของท่านศาสดา (ศ็อล ฯ) ถูกดูหมิ่นจากบรรดาผู้ปฏิเสธการศรัทธาโดยโองการได้ตรัสว่า : และแน่นอนบรรดา ศาสนทูตก่อนหน้าเจ้าเคยถูกปฏิเสธมาแล้ว พวกเขาก็อดทนต่อสิ่งที่พวกเขาถูกปฏิเสธ และถูกทำร้ายจนกระทั่ง ความช่วยเหลือของเราได้มายังพวกเขา และไม่มีใครเปลี่ยนแปลงพจนารถของอัลลอฮ์ได้ และแน่นอนไดัมีข่าวคราวบางส่วนของบรรดาผู้ที่ถูกส่งมา ได้มายังเจ้าแล้ว (อันอาม /34)
การประทานโองการในรูปแบบดังกล่าวเป็นการสร้างความมั่นใจให้กับท่านศาสดา (ศ็อล ฯ) อย่างแน่นอน อีกทั้งยังเป็นสิ่งสร้างความเข้มแข็งให้กับมุสลิมด้วย
2 – และอัลกุรอาน เราได้แยกมันไว้อย่างชัดเจน เพื่อเจ้าจะได้อ่านมันแก่มนุษย์อย่างช้าๆ และเราได้ประทานมันลงมาเป็นขั้นตอน (อัสรออ์/ 106)
สารธรรมคำสอนของอิสลามโดยเฉพาะคำสอนที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับการปฏิบัติของมนุษย์ ไม่ว่าจะเป็นกฏเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับปัจเจกชนหรือเกี่ยวข้องกับสังคมโดยรวม จะมีผลต่อเนื่องและสร้างความน่าเชื่อถือได้ก็ต่อเมื่อถูกประทานและถูกบรรยายให้แก่มนุษย์อย่างต่อเนื่องและอย่างช้า ๆเป็นขั้นตอน ดังนั้นวิธีที่ดีและสมบูรณ์ที่สุดในการอบรมสั่งสอนในเรื่องเกี่ยวกับศาสนา คือการสั่งสอนอย่างเป็นขั้นตอนเพื่อให้ประชาชนทั้งหลายสามารถนำไปปรับใช้ในชีวิตทั้งคำสอนในเรื่องส่วนตัวของมนุษย์และเรื่องข้อปฏิบัติในสังคมที่มนุษย์ใช้ชีวิตอยู่
3 - วิทยปัญญาอีกอย่างหนึ่งของการประทานกรุอานแบบหลายวาระก็คือเป็นการปกป้องอัลกุรอานให้พ้นจากการถูกเปลี่ยนแปลง เพราะการประทานในรูปแบบนี้จะทำให้บรรดาสาวกและนักท่องจำอัลกุรอานสามารถจดจำโองการต่าง ๆ อย่างง่ายดาย และความสวยงามด้านภาษาของอัลกุรอานรวมทั้งการให้ความสำคัญกับอัลกุรอานของบรรดามุสลิมจะเป็นสิ่งที่สามารถปกป้องอัลกุรอานให้พ้นจากการถูกเปลี่ยนแปลงได้ และมีประสิทธิภาพกว่าหากโองการต่าง ๆ ถูกประทานมาอย่างช้า ๆ และต่อเนื่อง
4 - โองการอัลกุรอานส่วนมากจะสอดคล้องกับเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นกับท่านศาสดา (ศ็อล ฯ) และบรรดามุสลิม ทุกครั้งที่มีเหตุการณ์เกิดขึ้นจะมีโองการอัลกุรอานที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับเหตุการณ์ดังกล่าวประทานลงมาเสมอ เหตุการณ์ที่เป็นเหตุของการประทานโองการอัลกุรอานลงมาจึงถูกเรียกว่า อัสบาบุลนุซูล หรือสาเหตุของการประทานโองการอัลกุรอาน
“อัสบาบุลนุซูล” สาเหตุการประทานโองการอัลกุรอาน
ดังที่กล่าวไปแล้วข้างต้นว่าอัลกุรอานได้ถูกประทานมาตามเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในช่วงสมัยของท่านศาสดา (ศ็อล ฯ) จากตรงนี้เอง เหตุการณ์ต่าง ๆ ที่มีโองการอัลกุรอานประทานลงมาหลังจากนั้น เราเรียกเหตุการณ์ต่าง ๆ เหล่านั้นว่า อัสบาบุลนุซูล หรือ สาเหตุของการประทานโองการอัลกุรอาน นั่นเอง
ด้วยเหตุนี้เองนักวิชาการได้แบ่งโองการและซูเราะฮ์ต่าง ๆ เป็นสองประเภทด้วยกัน
1 - โองการและซูเราะฮ์อัลกุรอานที่ไม่มีสาเหตุของการประทานเฉพาะเรื่อง หมายถึงโองการเหล่านี้ถูกประทานลงมาเพื่อเป็นการชี้นำมนุษย์โดยรวมเท่านั้น
2 - โองการและซูเราะฮ์ที่มีสาเหตุการประทานเฉพาะเรื่อง โองการส่วนมากในอัลกุรอานจะเป็นโองการที่ประทานลงมาเนื่องจากมีเหตุการณ์ที่เกิดกับท่านศาสดา (ศ็อล ฯ ) และบรรดามุสลิม หรือบางทีมีคำถามจากบรรดามุสลิมหรือจากต่างศาสนิกชน หรือมีเหตุที่ทำให้ต้องประทานโองการหรือซูเราะฮ์จากอัลกุรอานลงมา สิ่งที่เป็นสาเหตุในการประทานอัลกุรอานนี้เองถูกเรียกว่า อัสบาบุลนุซูล
เพื่อให้เห็นภาพของประเด็นที่กล่าวมาข้างต้นอย่างชัดเจนขึ้นจะขอยกตัวอย่างโองการจากอัลกุรอานดังต่อไปนี้
- และพวกเขาถามเจ้าเกี่ยวกับซุลก็อรนัยน์จงกล่าวเถิด “ฉันจะเล่าเรื่องของเขาแก่พวกท่าน (กะฮ์ฟ / 83)
- และพวกเขาจะถามเจ้า เกี่ยวกับวิญญาณจงกล่าวเถิดว่า “เรื่องวิญญาณนั้นเป็นไปตามพระบัญชาของพระผู้อภิบาลของฉันและพวกท่านจะไม่ได้รับความรู้ใดๆ เว้นแต่เพียงเล็กน้อยเท่านั้น (อัสรออ์ / 85)
- พวกเขาจะถามเจ้าถึงยามอวสาน (วันกิยามะฮ์) ว่า เมื่อใดเล่ามันจะเกิดขึ้น ? (นาซิอาต / 42)
โองการข้างต้นชี้ให้เห็นถึงการตั้งคำถามจากบรรดามุสลิม ในเรื่องราวต่าง ๆ คำถามนี้เองเป็นสาเหตุของการประทานโองการมาเพื่อเป็นการตอบคำถามดังกล่าวเหล่านั้น จากตรงนี้เองจะเห็นได้ว่า การที่เรามีความรู้ถึงสาเหตุการประทานในแต่ละโองการของอัลกุรอานมีผลต่อการทำความเข้าใจโองการอัลกุรอานได้เป็นอย่างดี ด้วยเหตุนี้เองบรรดานักวิชาการด้านอัลกุรอานจึงพยายามที่จะรวบรวมสาเหตุของการประทานอัลกุรอานโดยจัดทำเป็นเล่มที่แยกออกจากตัวบทของอัลกุรอาน หนังสือที่รวบรวมสาเหตุการประทานอัลกุรอานคือหนังสือ อัสบาบุลนุซูล ของญาลาลุดดีน สุยูฏีย์ ซึ่งสุยูฏีย์เองเชื่อว่าบุคคลที่เขียนหนังสือเกี่ยวกับเรื่องนี้เป็นคนแรกคือ อะลี อิบนิ มัดยะนีย์ อาจารย์ของท่านบุคคอรีย์นักบันทึกฮะดิษชื่อดังนั่นเอง
ประโยชน์ของการรู้ถึงสาเหตุการประทานอัลกุรอาน
1 – ได้รับรู้ถึงปรัชญาของบทบัญญัติต่างๆ
2 – สามารถแยกแยะโองการและซูเราะฮ์ต่าง ๆ ว่าเป็นซูเราะฮ์มักกียะฮ์ หรือ มะดะนียะฮ์ (ซึ่งมีผลสำคัญในการทำความเข้าใจความหมายของอัลกุรอานด้วยเช่นกัน)
3 – สามารถทำความเข้าใจความหมายของอัลกุรอานได้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น เพราะตามธรรมดาคำปราศัยหรือคำพูดจะมีความแตกต่างกันเมื่อผู้พูดพูดตามสถานที่ต่าง ๆ ที่หลากหลายหรืออยู่ในอารมณ์ที่แตกต่างกันไป เช่นการตั้งคำถาม บางครั้งเป็นคำถามเพื่อต้องการคำตอบ บางครั้งถามเพื่อเป็นการตำหนิ บางครั้งถามเพื่อเป็นการเน้นย้ำประเด็นบางประเด็น หรือในบางครั้งถามเพื่อล้อเล่นไม่จริงจัง ผู้ฟังจะเข้าใจจุดประสงค์ของผู้พูดได้ต่อเมื่อรู้และเข้าใจถึงเหตุการณ์หรือเรื่องราวในขณะที่ผู้พูดกำลังพูดอยู่ ดังนั้นการเข้าใจถึงสาเหตุการประทานอัลกุรอานเพื่อสามารถทำความเข้าใจถึงความหมายที่แท้จริงของอัลกุรอานจึงเป็นเรื่องจำเป็นอย่างยิ่ง
4 – สามารถเข้าใจถึงขอบข่ายของคำสั่งหรือบทบัญญัติได้ : บางโองการของอัลกุรอานเป็นคำสั่ง บางคนอาจจะเข้าใจว่าคำสั่งนั้นเป็นคำสั่งเฉพาะสำหรับคนบางกลุ่ม การรู้ถึงสาเหตุการประทานโองการหรือคำสั่งนั้น ๆ จะสามารถขจัดปัญหาดังกล่าวได้
เพื่อทำให้เข้าใจประเด็นที่กล่าวไว้ข้างต้นชัดเจนยิ่งขึ้นขอยกตัวอย่างจากโองการอัลกุรอานมาประกอบดังนี้
ในโองการที่ 115 ซูเราะฮ์บะเกาะเราะฮ์อัลลอฮ์ (ซบ.) ทรงตรัสว่า : และทิศตะวันออกและทิศตะวันตกนั้นเป็นสิทธิของอัลลอฮ์ ดังนั้นไม่ว่าพวกเจ้าจะผินหน้าไปทางไหน ที่นั่นแหละคือพระพักตร์ของอัลลอฮ์ แท้จริงอัลลอฮ์คือผู้ทรงกว้างขวาง ผู้ทรงรอบรู้
จากโองการข้างต้นนี้หากพิจารณาโดยผิวเผิน สามารถกล่าวได้ว่า ในการนมาซการหันไปทางกิบละฮ์ไม่ถือเป็นสิ่งจำเป็นไม่ว่าเราจะอยู่ในขณะเดินทางหรือไม่ได้เดินทางก็ตาม เราสามารถหันไปทางไหนก็ได้และถือว่าการนมาซของเราถูกต้องทั้งหมดด้วย แต่หากเรากลับไปพิจารณาสาเหตุของการประทานโองการนี้แล้วจะพบว่าโองการนี้กล่าวถึงการนมาซมุซตะฮับ (ซุนนะฮ์)ในขณะเดินทางเท่านั้น ไม่ได้กล่าวถึงการนมาซวาญิบในสภาพอื่น ๆ แต่อย่างใด จากตรงนี้เองการรู้ถึงสาเหตุของการประทานอัลกุรอานจึงถือเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับการทำความหมายของอัลกุรอาน
หลักการพิจารณาตัวบทอัลกุรอานกับสาเหตุการประทานอัลกุรอาน
นักตัฟซีรอัลกุรอานใช้หลักการของวิชาอุศูลุลฟิกฮ์ มาพิจารณาฮะดิษที่อธิบายถึงสาเหตุของการประทานโองการอัลกุรอานแต่ละโองการ โดยกล่าวว่า : ตัวบทของอัลกุรอานเป็นสิ่งที่เราจะต้องพิจารณาเป็นอันดับแรก ซึ่งหากตัวบทของอัลกุรอานโองการหนึ่งให้ความหมายที่ครอบคลุมกลุ่มเป้าหมายทั้งหมดโดยรวม ถึงแม้ว่าฮะดิษที่มาอธิบายสาเหตุของโองการนั้นเป็นฮะดิษที่ให้ความหมายที่ครอบคลุมกลุ่มเป้าหมายเฉพาะบางกลุ่มเท่านั้น ในกรณีนี้ให้ยึดตัวบทอัลกุรอานเป็นหลัก
สุยูฏีย์กล่าวเกี่ยวกับประเด็นดังกล่าวว่า : ตัวบทของโองการอัลกุรอาน (ที่ให้ความหมายที่ครอบคลุมกลุ่มเป้าหมายทั้งหมดโดยรวม) เป็นสิ่งที่เราต้องใช้พิจารณาเป็นอันดับแรก เพราะบางโองการจะมีสาเหตุเฉพาะแต่มีคำที่ให้ความหมายโดยรวม บรรดานักวิชาการส่วนมากจะเห็นตรงกันว่าความหมายของคำในโองการนั้นคือสิ่งที่อัลกุรอานต้องการจะสื่อ และคือเป้าหมายที่แท้จริงของโองการ
ในโองการอัลกุรอานหากเรายึดตามสาเหตุการประทานที่ส่วนมากจะเจาะจงเฉพาะกลุ่มเพียงอย่างเดียว โองการอัลกุรอานส่วนมากไม่มีประโยชน์อะไรเลย คัมภีร์อัลกุรอานจะเป็นเพียงคัมภีร์ของคนรุ่นเก่าเท่านั้น และเราเชื่อว่าคงไม่มีมุสลิมคนใดมีความเชื่อเช่นนี้ด้วย ยกตัวอย่างเช่น หากโองการที่เป็นบทบัญญัติให้มีการลงโทษหัวโขมยด้วยการตัดมือไม่ได้มีผลเฉพาะหัวโขมยที่อยู่ในเหตุการณ์ที่โองการนี้ประทานลงมาเท่านั้น จะทำให้บทบัญญัตินี้มีผลครอบคลุมผู้ที่ทำการในลักษณะเช่นนี้ด้วย
รายงานจากท่านอิมามบาเกร (อ.) ว่า : เมื่อโองการหนึ่งประทานมาให้ชนกลุ่มหนึ่ง หลังจากนั้นหากชนกลุ่มนั้นเสียชีวิตลง แล้วโองการนั้นก็จะตายตามชนกลุ่มนั้นไปด้วย ต่อไปก็คงไม่หลงเหลืออะไรในอัลกุรอานให้ชนรุ่นหลังได้ใช้ประโยชน์อีก อันที่จริงแล้วคำสอนของอัลกุรอานจะดำเนินต่อไปตราบเท่าที่ฟ้าและแผ่นดินนี้ยังคงอยู่
คำกล่าวข้างต้นนี้เห็นได้อย่างชัดเจนว่า บทบัญญัติในอัลกุรอาน ไม่ได้เฉพาะเจาะจงไปที่ยุคใดยุคหนึ่งหรือบุคคลใดบุคคลหนึ่งเลย แต่มีผลครอบคลุมทุกยุคทุกสมัย
ดังนั้นเราในปัจจุบันอย่าได้นึกว่าคำสอนของอิสลามและอัลกุรอานเป็นคำสอนของคนเมื่อหลายพันปีที่แล้ว ทำไมเราต้องปฏิบัติตามด้วย แต่ให้รู้ไว้เถิดว่าคำสอนของอิสลามมีความทันสมัยเสมออยู่ที่ว่าเราจะปฏิบัติตามหรือไม่เท่านั้นเอง
عنوان مقاله : نزول قرآن
تنظيم: محمد علی پرادبيات صفحه : 38
خلاصه مطالب : اين قسمت از مجله به بيان توضيحاتی در مورد نزول قرآن کريم
و انواع آن می پردازد و اشاره به راز های نزول و اسباب نزول آيات دارد
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น