เป็นบทความที่ผมแปลจากนิตยสารบิชารัต เป็นนิตยสารที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับกุรอานที่มืชื่อเสียงฉบับหนึ่งของอิหร่าน โดยบทความดังกล่าวได้ตีพิมพ์ในนิตยสารสาส์นจากฟากฟ้า ฉบับที่ 1 ด้วย เห็นว่าเป็นบทความบทความที่มีประโยชน์เลยนำมาฝากท่านพี่น้อง
ผู้พิพากษา: อัลลอฮ์ผู้ทรงสิทธิ์ในการตัดสิน
โจทย์: ท่านศาสดามุฮัมมัด(ศ็อลฯ)
จำเลย: ประชาชาติอิสลาม
สำนวนคดี: ข้าแต่พระเจ้าของข้าพระองค์ แท้จริงชนชาติของข้าพระองค์ได้ทอดทิ้งกุรอานนี้เสียแล้ว (ซูเราะฮ์ฟุรกอน โองการที่ 33)
คดี: ทอดทิ้งกุรอาน
พยาน: ลิ้นของพวกเขา และมือของพวกเขาและเท้าของพวกเขา (ซูเราะฮ์ นูร โองการที่ 24)
ณ ท้องทุ่งมะฮ์ซัร มนุษย์กำลังถูกสอบสวนตามด่านต่างๆ แต่ด่านนี้มนุษย์ต้องมาตอบคำถามเรื่องหน้าที่ของตนเองที่มีต่อบรรดานบี เสียงร้องตะโกนของท่านศาสดามุฮัมมัด(ศ็อลฯ) ดังขึ้น ท่านกำลังฟ้องร้องประชาชาติของท่านกับอัลลอฮ์(ซ.บ) ท่านศาสดากำลังฟ้องเรื่องอะไร ท่านกำลังฟ้องร้องเรื่องความอธรรมที่ท่านได้รับใช่หรือไม่? หรือเรื่องที่ประชาชาติของท่านละเลยต่อบทบัญญัติศาสนา? หรือเรื่องการกดขี่ที่ประชาชาติทำกับลูกหลานของท่านศาสดา? หรือเรื่องอะไรกันแน่?
ไม่ใช่เรื่องเหล่านั้นเลย ท่านศาสดากำลังฟ้องต่ออัลลอฮ์(ซ.บ) ถึงเรื่องที่เป็นต้นตอของความชั่วร้ายทั้งหลาย ซึ่งนั่นก็คือการละทิ้งกุรอานและการไม่ปฏิบัติตามคัมภีร์แห่งฟากฟ้า ใช่แล้ว! ท่านศาสดามุฮัมมัด(ศ็อลฯ) กำลังฟ้องร้องเรื่องที่ประชาชาติของท่านละทิ้งกุรอาน แต่ที่น่าแปลกไปกว่านั้นคำร้องเรียนนี้ถูกกล่าวไว้ในกุรอานเองอีกเช่นกัน เหมือนกับว่ากุรอานกำลังร้องเรียนเรื่องนี้ด้วย
หากมุสลิม นั่งนึกถึงภาพวันกิยามะฮ์ ขณะที่อยู่ต่อหน้าพระพักตร์ของพระองค์นึกถึงผลตอบแทนที่จะได้รับ คงไม่มีมุสลิมคนใดที่จะไม่กลัวต่อสภาพนั้น แน่นอนภาพนั้นจะทำให้มุสลิมได้ตื่นตัวและคิดหาหนทางในวันกิยามะฮ์
จริงๆ แล้วกุรอานกำลังกล่าวถึงใครอยู่ เราอยู่ในกลุ่มคนที่กุรอานกำลังร้อนเรียนนั้นด้วยหรือเปล่า? และกุรอานเป็นปาฏิหาริย์ที่อมตะ, เป็นทางนำสู่ความสำเร็จ, เป็นพื้นฐานสำคัญของศาสนาอิสลาม กำลังถูกประชาชาติอิสลามหลงลืมกระนั้นหรือ? คำว่า ตะฮัจญุร หมายความว่าอะไร? และมุสลิมมีหน้าที่ต่อกรอานอย่างไร?
เป็นที่หน้าเสียใจว่ากุรอาน กำลังถูกหลงลืมจริงๆ คำว่าตะฮัจญุร ในโองการที่กล่าวมาข้างต้น หมายความว่ากุรอานกำลังถูกทอดทิ้ง เรามาดูกันว่ากุรอานถูกทิ้งอยางไร
1. กุรอานจะถูกอ่านในหลุมฝังศพเวลามีคนตาย
2. กุรอานจะถูกนำมาวางเป็นเครื่องประดับในพิธีสมรส
3. กุรอานถูกนำมาเป็นเครื่องสาบานเวลาขึ้นศาล
4. กุรอานจะถูกให้เกียรติโดยถูกวางไว้บนที่สูง
5. กุรอานจะถูกนำมาใช้ให้คนลอดเวลาจะเดินทาง
6. กุรอานจะถูกใช้อ่านเวลาเปิดและปิดงาน
7. กุรอานจะถูกนำมาใช้เป็นเครื่องมือในการประชันน้ำเสียง
8. กุรอานจะถูกวางไว้ในมัสยิดโดยไม่ได้รับความสนใจ
9. กุรอานถูกนำมาเป็นเครื่องมือของพวกขอทาน
10. กุรอานจะถูกนำมาเป็นสินสอดที่ไม่มีใครสนใจในพิธีแต่งงาน
เราไม่ได้บอกว่าสิ่งเหล่านี้ป็นสิ่งไม่ดี หรือเป็นสิ่งที่บงบอกว่าเราละทิ้งกุรอาน แต่ในสังคมของเราได้นำสิ่งเหล่านี้มาใช้เป็นประเด็นหลักโดยหลงลืมเป้าหมายหลักของกุรอาน การทิ้งเป้าหมายหลักนี้ต่างหากคือความหมายของคำว่า “ละทิ้งกุรอาน” หมายความว่าทำไมกุรอานที่เป็น “ยาบำบัดและความเมตตาแก้บรรดาผู้ศรัทธา” “เป็นข่าวดีแก่บรรดามุสลิม” “เป็นการตกเตือนสำหรับผู้ยำเกรงทั้งหลาย” “และที่สำคัญที่สุดเป็นทางนำสำหรับมวลมนุษย์” แต่กลับถูกนำมาใช้ประโยชน์อย่างที่กล่าวมาข้างตนเท่านั้น
กุรอานเป็นความเมตตา การอ่านกุรอานที่จะทำให้เราได้รับการอภัยในความผิดทั้งหลาย แต่ทำไมกุรอานถูกอ่านในหลุมฝังศพเวลามีคนตายเท่านั้นหรือ? หรือว่าความหมายที่ว่ากุรอานเป็นความเมตตาคือเมตตาเฉพาะสำหรับคนตายเท่านั้น
“กุรอานเป็นความเมตตา การอ่านกุรอานจะทำให้เราได้รับการอภัยในความผิดทั้งหลายแต่ทำไมกุรอานถูกอ่านในหลุมฝังศพเวลามีคนตายเท่านั้นหรือ? หรือความหมายที่ว่ากุรอานเป็นความเมตตาคือเมตตาเฉพาะสำหรับคนตายเท่านั้น”
เวลาได้ยินเสียงกุรอานจากสถานที่หนึ่ง ประชาชนจะถามกันและกันว่า มีใครตายหรือ นี่เป็นสิ่งที่หน้าเสียใจยิ่ง
ขอย้ำอีกครั้งว่าการอ่านกุรอานในหลุมฝังศพหรือเวลามีคนตายเป้นสิ่งที่ดี แต่นำกุรอานมาใช้ประโยชน์เวลามีคนเสียชีวิตหรือตามงานมงคลต่างๆ เพียงเท่านั้น คือ “การละทิ้งกุรอาน”
กุรอานคือคัมภีร์แห่งท่างนำ เป็นของขวัญอันล้ำค่าของอัลลอฮ์ที่ทรงมอบให้มนุษย์และเป็นสายเชือกแห่งความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับพระองค์ เราอย่าปล่อยของขวัญอันล้ำค่านี้ไว้โดยไม่ให้ความสนใจ
เราหันกับมาสนใจกุรอานกันเถอะก่อนที่กุรอานจะฟ้องร้องเราในวันกิยามะฮ์
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น