เมื่อสัปดาห์ที่แล้วคุณ โสภณ แสงศรี หรือ เชคญะมีล ฮัยดัร ท่านได้ส่งคำแปลคุฏบะฮ์วันศุกร์ของท่านผู้นำการปฏิวัติมาให้ทางอีเมล ซึ่งก็ต้องขอขอบคุณท่านเชคเป็นอย่างมาก ผมจึงขออนุญาตินำมาลงไว้ในบล็อกด้วย
คุตบะฮ์นมาซวันศุกร์ กรุงเตหะราน
โดย ฯพณฯ อายะตุลลอฮ์ฮ์ ซัยยิด อะลี คอมาเนอี ผู้นำสูงสุด
ณ มหาวิทยาลัยเตหะราน ประเทศอิหร่าน
19 มิถุนายน 2552
คุตบะฮ์แรก
ข้าพเจ้าขอตักเตือนพี่น้องผู้ศรัทธาทั้งชายและหญิงทุกท่าน ให้มีความยำเกรงต่อพระองค์อัลลอฮ (ซ.บ) และจงรู้สึกสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันล้นพ้นของพระองค์ในทุก ๆ สถานะภาพ หากเรานั้นมีความยำเกรงต่อพระองค์เป็นเสบียง หากเรารำลึกถึงพระองค์อยู่เป็นนิจสิน และไม่หลงลืมว่าเรานั้นอยู่หน้าเบื้องพระพักต์ของพระองค์ตลอดเวลา (นั่นคือความหมายของการมีความยำเกรงต่อพระองค์) แน่นอนยิ่งความเป็นสิริมงคล ความเมตตา ความช่วยเหลืออันมากมายของพระองค์จะมีมายังเรา ในทุก ๆ นมาซวันศุกร์ของแต่ละอาทิตย์ หัวใจของผู้ที่ปฏิบัตินมาซวันศุกร์เพื่อพระองค์เหล่านั้น จะต้องใคร่ครวญซ้ำไปซ้ำมาหลายๆรอบต่อสัจธรรมอันนี้ จงคอยกระตุ้นตัวเองด้วยความยำเกรงตลอดเวลา
ในช่วงนี้ถือว่ายังอยู่ในระหว่างแห่งวันคล้ายวันถือกำเนิดของท่านหญิงฟาติมะฮ์ซะฮ์รอ (ซ.) สตรีผู้ยิ่งใหญ่บุตรีของท่านศาสดามุฮัมมัด (ศ.) และอีกไม่กี่วันเราก็จะเริ่มเข้าสู่เดือนแห่งการขออภัยโทษ นั่นคือเดือนรอญับ เป็นวันเวลาแห่งการรำลึกถึงพระองค์ ช่วงเวลาแห่งการวิงวอนขอ ช่วงเวลาแห่งการเข้าใกล้ชิดพระองค์
โองการข้างต้นซึ่งเป็นพระดำรัสของพระองค์ที่ข้าพเจ้าได้กล่าวไป เป็นพระดำรัสที่พระองค์ทรงได้แจ้งข่าวดีแก่ผู้ศรัทธา พระองค์ทรงตรัสถึงการประทาน “สะกีนะฮ์ (ความสงบเงียบ)” ของพระองค์ “สะกีนะฮ์” คือความสงบนิ่ง สุขุม เมื่อมนุษย์ต้องเผชิญกับความขัดแย้งต่างๆนานา ในด้านจิตวิญญาณ และภาวะทางสังคม โองการนี้เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์หนึ่งที่ฮุดัยบียะฮ์ใกล้กับมักกะฮ์ ในครั้งนั้นท่านศาสดามุฮัมมัด (ศ.) ได้ออกเดินทางจากนครมดีนะฮ์ไปยังนครมักกะฮ์พร้อมกับเหล่าสาวกไม่กี่ร้อยคนเพื่อทำอุมเราะฮ์ (ช่วงประมาณปีที่หกแห่งการอพยพ) เหตุการณ์หลายๆ ด้านได้ประดังเข้ามายังบรรดามุสลิมในช่วงเวลานั้นจะเป็นเหตุให้ผู้ศรัทธาหลายคนในตอนนั้นหัวใจเริ่มไม่สงบนิ่ง ไหนจะเรื่องที่ถูกเหล่าบรรดาศัตรูที่มีกองกำลังและยุทรโธปกรณ์ที่ครบมือล้อมไว้ เหล่าศรัตรูมีทั้งกำลังพล อาวุธครบมือ และมีเสบียงที่มากมาย ด้วยเหตุนี้เองทำให้บรรดามุสลิมในวันนั้นเริ่มเสียขวัญ กระวนกระวายใจเป็นยิ่งนัก บวกกับเรื่องอื่น ๆ อีกหลายเรื่องที่สร้างความเป็นกังวลใจให้กับเหล่ามุสลิมในช่วงเวลานั้น
ในช่วงสถานการณ์เช่นนั้น ความกังวลใจต่าง ๆ นานา ก็จะบังเกิดขึ้นสำหรับผู้ศรัทธาและและอิสลามอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ในสถานการณ์เช่นนั้น “สะกีนะฮ์” จะถูกประธานมาจากพระองค์แก่ผู้ศรัทธา ซึ่งพระองค์ทรงตรัสว่า “พระองค์คือผู้ทรงประทานความเงียบสงบลงมาในจิตใจของบรรดาผู้ศรัทธา เพื่อพวกเขาจะได้เพิ่มพูนการศรัทธาให้กับการศรัทธาของพวกเขา และเป็นของอัลลอฮฺคือไพร่พลแห่งชั้นฟ้าทั้งหลายและแผ่นดิน และอัลลอฮฺเป็นผู้ทรงรอบรู้ผู้ทรงปรีชาญาณเสมอ” (ซูเราะฮ์อัลฟัตฮ์ โองการที่ 4)
พระองค์จะทรงประทานความมั่นคงเข้มแข็งแก่หัวใจของผู้ศรัทธา พระองค์จะทรงปลดปล่อยพวกเขาออกจากความกระวนกระวายใจ และมุสลิมทั้งหลายจะมีหัวใจที่สงบนิ่งและมั่นคง ด้วยการประทานความสงบนิ่งนั้นจากพระองค์ และเมื่อถึงเวลานั้นความสงบนิ่งแห่งจิตวิญญาณนั้นก็จะทำให้การศรัทธาของพวกเขาเพิ่มพูนยิ่งขึ้นไปอีก รัศมีแห่งศรัทธาจะสว่างไสวในหัวใจของพวกเขา นี่คือสิ่งที่ถูกสะสมไว้ให้กับมุสลิม เป็นสิ่งสำคัญยิ่งของผู้ศรัทธาที่แท้จริง ซึ่งพวกเขามั่นใจในการช่วยเหลือของพระองค์ สำหรับผู้ที่แสวงหาสัจธรรม เมื่อหัวใจสงบมั่น เท้าที่จะก้าวไปข้างหน้าก็จะมั่นคงตามไปด้วย และเมื่อเท้าที่ก้าวไปข้างหน้าอย่างมั่นคงได้นั่นย่อมหมายถึง การไปสู่จุดหมายก็จะง่ายดายยิ่งขึ้น
ศัตรูของอิสลาม มีแผนการมากมายตลอดเวลาเพื่อสร้างความกังวลใจให้กับมวลมุสลิม ซึ่งหากย้อนกลับไปมองในประวัติศาสตร์เราก็จะพบในหลาย ๆ เหตุการณ์ แม้กระทั่งก่อนการมาของอิสลามด้วยซ้ำไป แต่ผู้ศรัทธาในช่วงเวลานั้นก็มีความมั่นคงในศรัทธา และมีหัวใจที่สงบนิ่ง ด้วยความสงบนิ่งแห่งจิตวิญญาณนี้เองที่ได้ทำให้ผู้ศรัทธาเหล่านั้นมั่นคงอยู่ในศรัทธาของพวกเขา ไม่มีความกระวนกระวายใจใด ๆ เลยแม้นิดเดียว พวกเขาจึงไม่หลงทาง เนื่องจากว่าผู้ที่มีความกังวลใจนั้น ยากที่จะพบกับหนทางที่ถูกต้อง มนุษย์ซึ่งมีจิตวิญญาณที่สงบมั่น เขาจะมีความคิดที่ถูกต้อง เขาจะตัดสินใจและเคลื่อนไหวถูกต้องเสมอ และนี่คือสัญลักษณ์หนึ่งแห่งความเมตตาของพระองค์อัลเลาะฮ์ (ซ.บ)
ณ วันนี้สังคมของเรา ประชาชาติของเรามีความจำเป็นต่อ “สะกีนะฮ์ (ความสงบนิ่ง)” นี้เป็นอย่างยิ่ง พวกท่านจงมีความมั่นใจในตัวเองให้มาก “บรรดาผู้ศรัทธา และจิตใจของพวกเขาสงบด้วยการรำลึกถึงอัลลอฮ พึงทราบเถิด! ด้วยการรำลึกถึงอัลลอฮเท่านั้นทำให้จิตใจสงบ” (ซูเราะฮ์อัรเราะอฺด์ โองการที่ 28)
จงรำลึกถึงพระองค์ให้มากที่สุดโดยเฉพาะในช่วงเวลาที่มีเหตุการณ์ซึ่งสร้างความกังวลใจ เพราะการรำลึกจะช่วยปกป้องจากความเลวร้ายแห่งดุนยาและการใช้ชีวิตได้ จงเห็นคุณค่าแห่งการรำลึกถึงพระองค์ให้มาก ในเดือนรอญับที่จะมาเยือนในไม่ช้านี้ ดุอาอ์ (บทขอพร) ต่างๆในเดือนรอญับคือทะเลหนึ่งแห่งมหาสมุทรของวิชาการ ดุอาอ์ (บทขอพร) มิได้แค่ทำให้มนุษย์เข้าใกล้ชิดพระองค์เท่านั้น ทว่าดุอาอ์ (บทขอพร) จะสั่งสอนวิชาการแก่มนุษย์ จะขัดเกลามนุษย์ด้วยเช่นกัน ดุอาอ์ (บทขอพร) จะเพิ่มพูนสติปัญญาของมนุษย์ ดุอาอ์ (บทขอพร) จะสอนสั่งความรู้วิชาการ และสัจธรรม ซึ่งมนุษย์มีความจำเป็นต่อการดำเนินชีวิต ดุอาอ์ (บทขอพร) จะทำให้หัวใจของมนุษย์มุ่งสู่พระผู้เป็นเจ้า ดังนั้นจงให้ความสำคัญกับการรำลึกถึงพระองค์ให้มากที่สุด เช่นการนมาซวันศุกร์ในวันนี้ก็เช่นกัน นี่คือหนึ่งแห่งการรำลึกถึงพระองค์ “จงรีบเร่งไปสู่การรำลึกถึงอัลลอฮฺ” (ซูเราะฮ์ญุมุอะฮ์ โองการที่ 9)
ในสถานที่นี้ เวลานี้ หัวใจของพวกท่าน ลิ้นของพวกท่าน ทุก ๆ การเคลื่อนไหวของพวกท่านต้องอยู่กับการรำลึกถึงพระองค์เท่านั้น ด้วยหัวใจที่ระลึกถึงพระองค์ ด้วยลิ้นที่พร่ำกล่าวพระนามอันบริสุทธิ์ของพระองค์ ด้วยการเคลื่อนไหวทุกส่วนของร่างกายเพียงเพื่อรำลึกและภักดีต่อพระบัญชาของพระองค์ นี่คือสิ่งที่พวกเราต้องเป็นและต้องกระทำให้ได้
ข้าพเจ้าใคร่ขอกล่าวกับทุกท่าน ตั้งแต่การปฏิวัติจนถึงวันนี้ล่วงเลยมาเป็นเวลา 30 ปีแล้ว ได้เกิดเหตุการณ์ต่าง ๆ มากมาย ซึ่งในบางเหตุการณ์เกือบจะทำลายประชาชาติและประเทศชาติของเรา หลายครั้งที่เราต้องเผชิญกับพายุลูกมหึมาซึ่งเราไม่รู้ว่าจะต้องทำเช่นไร แต่ทว่าเรือลำนี้ซึ่งแข็งแรงด้วยแรงศรัทธาของพวกท่านทั้งหลาย ด้วยแรงปรารถนาของพวกท่าน ด้วยหัวใจที่เต็มไปด้วยรัศมีแห่งการรำลึกถึงพระผู้เป็นเจ้าของพวกท่าน จึงสามารถยืนหยัดอยู่ท่ามกลางพายุมหึมาเหล่านั้นได้ นี่คือสัญลักษณ์แห่งความเมตตาและความเอื้อเฟื้อที่พระองค์ได้ทรงมอบให้แก่พวกท่านโอ้ประชาชนที่รักทั้งหลาย
การได้รับความเอื้อเฟื้อแห่งพระผู้เป็นเจ้าคือเรื่องสำคัญเรื่องหนึ่ง แต่การรักษาไว้ซึ่งความเอื้อเฟื้อนั้นให้คงอยู่ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่สำคัญเช่นกัน อย่าได้เป็นเช่นนั้นเลย ที่เราจะลำพองในตนเอง อย่าได้เป็นเช่นนั้นเลยที่เมื่อเราได้รับความช่วยเหลือจากพระองค์แล้วเราจะกล่าวว่า “พระองค์จะทรงช่วยเหลือเราอย่างแน่นอนไม่ต้องห่วง” และหลงลืมจากหน้าที่ของเรา การรำลึกถึงพระองค์ห่างหายไปจากหัวใจของเรา โดยเฉพาะพวกท่านทั้งหลายโอ้หนุ่มสาวที่รักทั่วทั้งประเทศทุกคน และที่อยู่ต่างประเทศ ข้าพเจ้าขอกล่าวกับพวกท่านว่า “โอ้บรรดาคนหนุ่มสาวที่รักเอ๋ย จงให้ความสำคัญกับดวงใจที่บริสุทธิ์ผุดผ่อง ที่เต็มไปด้วยรัศมีและความอ่อนโยน จงทำให้ดวงใจเหล่านั้นอิ่มเอิบไปด้วยการรำลึกถึงพระผู้เป็นเจ้าเถิด ซึ่งพระองค์จะทรงประทานความเมตตาแก่ประชาชาตินี้อย่างมิขาดสายอย่างแน่แท้ และพวกท่านพึงรู้ไว้เถิดว่า หลายสิ่งที่ข้าพเจ้าได้เห็นและรู้ทั้งในอดีตและในปัจจุบันเกี่ยวกับประชาชาตินี้นั้น ข้าพเจ้ามั่นใจอย่างยิ่งว่าประชาชาตินี้จะก้าวไปสู่เป้าหมายที่สูงสุดได้อย่างแน่นอนด้วยพระประสงค์และความช่วยเหลือของพระองค์
จงเห็นความสำคัญของสังคมที่เต็มไปด้วยจิตวิญญาณแห่งนี้ อย่าปล่อยให้ความวุ่นวายทางการเมืองต้องทำให้หลงลืมพระองค์ อย่าปล่อยให้คำกล่าวต่าง ๆ ที่ดังขึ้นในในประเทศหนึ่งซึ่งเป็นเรื่องธรรมดาที่จะต้องมีอย่างแน่นอนในประเทศที่มีเสรีภาพต้องทำให้เราหลงทาง ทำให้เราไม่รู้จะเดินไปทางไหน ทำให้เราไม่รู้ว่าจะต้องก้าวเดินไปอย่างไร การปฏิวัตินี้นั้นเกิดขึ้นบนพื้นฐานของศรัทธาที่เต็มไปด้วยความบริสุทธิ์ผุดผ่อง และมันจะต้องดำเนินไปบนพี้นฐานอันนี้เช่นเดียวกัน
ขอสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันล้นพ้นของพระองค์ที่ประชาชาติของเราคือประชาติที่เป็นผู้ศรัทธา มีความรักต่อพระผู้เป็นเจ้า เข้าใจในศาสนาของพระองค์ ปรารถนาในการพัฒนาจิตวิญญาณ วันนี้บรรดาคนหนุ่มสาวอยู่ในโลกที่มีพวกทุนนิยมปกครอง พวกเขาจึงอยู่ในความสับสนและงุนงง การห่างไกลจากการพัฒนาในเรื่องของจิตวิญญาณจะยิ่งทำให้พวกเขาสับสนไปอีก พวกเขาไม่ทราบว่าต้องทำอย่างไร ความคิดของพวกเขาจะหยุดอยู่กับที่ แต่บางคนเขาเข้าใจและรู้ว่าหนทางแห่งการแก้ไขนั้นคือการหวนกลับไปหาจิตวิญญาณที่บริสุทธิ์ของพวกเขา แต่ทว่าจะหวนกลับไปได้แค่ไหนหรือในเมื่อจิตวิญญาณที่บริสุทธิ์ของพวกเขาที่มันสูญสลายไปถูกทำลายด้วยสิ่งต่างๆนานานับประการ ในโลกตะวันตกนานนับสองศัตวรรษมาแล้ว
แต่ทว่าบรรดาคนหนุ่มสาวของพวกเราหาได้เป็นเช่นนั้นไม่ ประชาชาติของเราได้เคลื่อนไหวในเหตุการณ์อันยิ่งใหญ่แห่งจิตวิญญาณ ด้วยจิตวิญญาณอันนี้เราได้ทำให้การปฏิวัติหนึ่งได้รับชัยชนะมาแล้ว เราสามารถก่อตั้งรัฐอิสลามขึ้นบนโลกนี้ได้ด้วยจิตวิญญาณนั้น รากฐานของมันแข็งแกร่งสามารถที่จะยืนหยัดท่ามกลางการรุกรานทุกรูปแบบ ประชาชาติของเราต่อสู้ในสงครามแปดปี และได้รับชัยชนะด้วยจิตวิญญาณนี้
วันนี้คนหนุ่มสาวของพวกเราส่วนมากเป็นผู้ศรัทธาและมีจิตวิญญาณที่บริสุทธิ์ ถึงแม้ว่าบางคนสภาพภายนอกของเขาอาจจะดูเหมือนคนที่ไม่มีจิตวิญญาณแห่งความบริสุทธิ์อยู่ มนุษย์เมื่อตกอยู่ในภาวะที่ล่อแหลมหัวใจของเขาจะระลึกถึงพระองค์ทันที หลายครั้งที่ข้าพเจ้าได้กล่าวไปแล้วในค่ำคืนแห่งกัดร์ หรือในวันต่าง ๆ ที่มีการ “เอียะติกาฟ” (การพำนักในมัสยิด เพื่อการภักดีพระผู้เป็นเจ้า) ในวันนมาซอีดฟิตริ บางคนที่เรานึกไม่ถึงและเห็นแค่ภายนอกของเขา แต่หัวใจของพวกเขานั้นอยู่กับพระผู้เป็นเจ้า
โอ้แต่ข้าฯพระองค์ ขอสาบานด้วยอัลกุรอานคำภีร์ของพระองค์ ด้วยสิทธิแห่งบรรดาอิมามผู้สืบทอดตำแหน่งของท่านศาสดามุฮัมัด (ศ.) ได้ทรงโปรดทำให้หัวใจของพวกเราเต็มไปด้วยจิตวิญญาณที่บริสุทธิ์ด้วยเถิด
โอ้แต่ข้าฯพระองค์ ได้โปรดอย่าทำให้เรานั้นห่างไกลจากอัลกุรอานและลูกหลานอะฮ์ลุลบัยต์ของท่านศาสดามุฮัมมัด (ศ.) ด้วยเถิด
โอ้แต่ข้าฯพระองค์ ได้ทรงโปรดประทานความยำเกรง ความศรัทธา และความสงบนิ่งแห่งพระองค์แก่ดวงใจทั้งหลายในประชาชาตินี้ด้วยเถิด
โอ้แต่ข้าฯพระองค์ ได้โปรดทำให้ประชาชาตินี้มีชัยเหนือเหล่าศรัตรูด้วยเถิด
โอ้แต่ข้าฯพระองค์ ได้โปรดทำให้หัวใจของเรานั้นระลึกถึงแต่พระองค์ด้วยเถิด
โอ้แต่ข้าฯพระองค์ ได้โปรดทำให้สิ่งที่เราพูด สิ่งที่เราทำ อยู่บนหนทางของพระองค์ด้วยเถิด และได้โปรดทรงยอมรับสิ่งเหล่านั้นด้วย
โอ้แต่ข้าฯพระองค์ ได้โปรดนำสลามของเรายังท่านอิมามมะฮ์ดี และทรงยอมรับดุอาของท่านอิมามมะฮ์ดีที่มีแก่เราด้วยเถิด
อัลลอฮุมมะศ้อลลิอะลามุฮัมมัด วะอาลิมุฮัมมัด.
***************************************************
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น